"ซีพีเอฟ" มั่นใจกำไรปีนี้โตโดดเด่น หลังราคาวัตถุดิบลดลง มั่นใจยอดขายทะลุเป้า 15%
นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร(CPF)เชื่อว่า ในปีนี้ยอดขายของบริษัทจะเติบโตเกินเป้าที่ตั้งไว้ 15% จากปีก่อนที่มียอดขายราว 4 แสนล้านบาท เนื่องจากปริมาณผลผลิตเนื้อสัตว์ออกมาสู่ตลาดโลกลดลง ประกอบกับ CPF เป็นธุรกิจอาหาร จึงไม่ได้รับกระทบจากภาวะการเมืองและเศรษฐกิจ อีกทั้งความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในประเทศในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะดีขึ้น ดังนั้น ผลประกอบการในปีนี้จะดีขึ้นจากปีก่อนอย่างมากจากเหตุผลดังกล่าว
ทั้งนี้ CPF ยังมุ่งมั่นที่จะเติบโตอย่างยั่งยืนตามแผน 5 ปี ที่จะเติบโตปีละ 10-15% ณ วันนี้ศักยภาพในการเติบโตยังทำได้ตามแผน โดยล่าสุดวันนี้ที่ประชมผู้ถือหุ้น CPF อนุมัติให้บริษัทซื้อเงินลงทุนใน "KAIFENG"มูลค่ากว่า 1.6 พันล้านบาท และอนุมัติให้มีการขายกิจการธุรกิจมอเตอไซด์ Rapid Thrive เพราะมองว่าธุรกิจมอเตอร์ไซด์ในจีนตอนนี้เป็นขาลง และแนวโน้มไม่น่าจะเติบโตได้
นายอดิเรก กล่าวว่า CPF ยังมีนโยบายที่จะซื้อธุรกิจอาหารสัตว์ในจีนเพิ่มอีก 1 แห่ง โดยให้ C.P. Pokphand ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในจีนที่ CPF ถือหุ้นอยู่ 70% เข้าซื้อ เพื่อทำให้โรงงานอาหารสัตวในจีนเพิ่มเป็น 67 แห่ง ตามนโยบาย จากปัจจุบันอยู่ที่ 66 แห่ง หลังจากที่ได้ซื้อ"KAIFENG" มาแล้ว เนื่องจากมองว่าธุรกิจอาหารสัตว์และเกี่ยวเนื่องกับการแปรรูปในจีนยังเติบโตต่อเนื่อง
นายอดิเรก กล่าวถึงมุมมองต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังว่า แนวโน้มน่าจะดีขึ้นต่อเนื่องจากครึ่งปีแรกที่คาดว่าจะติดลบ เมื่อติดตามนโยบายเศรษฐกิจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แล้วคาดว่าเศรษฐกิจปีนี้น่าจะเติบโตได้ถึง 2-3% หรือสูงกว่านั้นหากมีความต่อเนื่องของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและตอบสนองการลงทุน เพราะตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักๆ คือ การลงทุนภาครัฐและเอกชน รวมทั้งการท่องที่ยว และการส่งออก หากครึ่งปีหลังความเชื่อมั่นดีขึ้น คนมีความสุขและทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)อนุมัติโครงการต่างๆ ออกมาได้เร็วก็จะมีส่วนช่วยได้มาก






