วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Energy Sector : Utilities

เปิดประมูล IPP ใหม่ EGCO ได้ประโยชน์มากสุด

ประเด็นข่าว

- จากข้อความในหนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการรายวัน ระบุว่า แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาขอข้อมูลรายละเอียดโครงการผลิตไฟฟ้าจากเอกชนรายใหญ่ (IPP) ที่ผ่านมา ซึ่งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานหรือเรกูเลเตอร์ เห็นชอบให้ บริษัท กัลฟ์ เอนเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ และ บ. มิตซุยแอนด์คัมปะนี (ไทยแลนด์) จำกัด ในนาม บริษัท Independent Power Development เป็นผู้ชนะประมูล IPP จำนวน 5 พันเมกะวัตต์เพียงรายเดียว พร้อมกันนี้ยังเข้ามา สอบประวัติเรกูเลเตอร์รายบุคคลอย่างละเอียดซึ่งเป็นที่จับตาว่า คสช. จะมีการปรับโครงสร้างเรกูเลเตอร์ใหม่ตามแนวทางปฏิรูปพลังงานทั้งระบบ

ผลกระทบและความเห็น

- EGCO และ GLOW มีโอกาสหากเปิดการประมูลใหม่ เราเชื่อว่าประเด็นข่าวดังกล่าวข้างต้นจะส่งผลบวกต่อจิตวิทยาการลงทุนหุ้นในกลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้าหากเกิดกรณีล้มประมูล โดยเฉพาะ EGCO และ GLOW ซึ่งได้เข้าร่วมในการประมูลครั้งที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้เราเคยประเมินว่า ในกรณีชนะประมูลโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (IPP) จำนวน 1 โรง ขนาด 900 เมกะวัตต์ (สมมติฐานเงินลงทุน 8 แสนเหรียญต่อเมกะวัตต์ IRR ที่ระดับ 16% และอัตราแลกเปลี่ยนที่ 32 บาทต่อเหรียญ) จะทำให้มูลค่าเหมาะสมของ EGCO เพิ่มขึ้น 14.50 บาท ส่วนมูลค่าหุ้นของ GLOW จะเพิ่มขึ้น 5.30 บาท

- แผนเข้าตลาดของ “กัลฟ์” อาจสะดุดหากต้องประมูลใหม่ ในกรณีล้มการประมูลอาจส่งผลกระทบต่อแผนการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ของบริษัท กัลฟ์ เอนเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ และเพิ่มความน่าสนใจให้กับกลุ่มผลิตไฟฟ้าปัจจุบัน เนื่องจากก่อนหน้าการประกาศผู้ชนะประมูลโรงไฟฟ้า IPP รอบล่าสุด ทำให้กัลฟ์กลายเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าที่จะมีกำลังผลิตเติบโตเฉลี่ย 6.4% มากที่สุดในกลุ่ม และทำให้กัลฟ์กลายเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีกำลังผลิตมากที่สุดในไทย จากปัจจุบันที่ 4 พันเมกะวัตต์ เป็น 9 พันเมกะวัตต์ ภายในปี 2569 ขณะที่ผู้ผลิตไฟฟ้าอย่าง EGCO จะมีกำลังผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 6,100 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5% ส่วน RATCH มีกำลังผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 6,500 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3.5% ภายในปี 2562 เท่านั้น ตามแผนขยายการลงทุนในปัจจุบัน

คำแนะนำและเหตุผล

- ระยะสั้น EGCO ยังคงโดดเด่นที่สุดในกลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้า ราคาหุ้น EGCO ปรับเพิ่ม 9% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาหลังเรามองว่า EGCO มีความน่าสนใจเนื่องจากเป็นหุ้นที่ยังคง Laggard เมื่อเทียบกับธุรกิจผลิตไฟฟ้าในประเทศ และแม้ปัจจุบันราคาหุ้นจะมี Upside ที่เริ่มจำกัด แต่เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” จากมูลค่าที่จะเพิ่มขึ้นอีก 8 บาท จากการเข้าซื้อโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศฟิลิปปินส์ (Masinloc) โดยบริษัทคาดว่าการซื้อขายจะได้ข้อสรุปภายใน 3Q57 ซึ่งจะทำให้มูลค่าเหมาะสมของ EGCO ปรับเพิ่มเป็น 158 บาท