วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กรมศุลกากรเตรียมปรับมูลค่าสินค้านำเข้า

"สมชัย"อธิบดีกรมศุลฯเตรียมปรับมูลค่านำเข้าสินค้าจากตปท.หิ้วขึ้นเครื่องไม่เกิน80,000-100,000บาท

นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า การตรวจสอบการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศและให้ผ่านช่องแดง เพื่อสำแดงสินค้านำเข้านั้น จะต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบและเข้าใจมากขึ้น โดยอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดเพื่อปรับปรุงเพิ่มเติม เพื่ออำนวยความสะดวกผู้เดินทางไปต่างประเทศ หากนำสินค้าเข้ามาเพื่อฝากญาติ ใช้เองปริมาณที่เหมาะสมคงไม่ต้องตรวจ แต่หากเป็นการนำเข้าเชิงพาณิชย์คงต้องเข้มงวดมากขึ้น เพราะสามารถติดตามได้จากแหล่งขายสินค้าตามอินเทอร์เน็ตหรือแหล่งจำหน่าย เมื่อมีการเดินทางเข้าออกเป็นประจำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าฝ่ายกฎหมายกรมศุลกากรได้หารือเกี่ยวกับการอนุญาตนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเมื่อวานนี้ เพื่อแก้ไขประกาศกรมศุลกากรให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน หลังจากบังคับใช้มาหลายสิบปีแล้ว ด้วยการอนุญาตให้นำสินค้าจากต่างประเทศผ่านเข้าออกผ่านสนามบินหรือด่านชายแดนจากเดิมกำหนดไว้ไม่เกิน 10,000 บาท เพิ่มเป็น 80,000-100,000 บาทต่อครั้ง เพราะเห็นว่าประกาศดังกล่าวใช้มานาน แต่ต้องพิจารณาหลายด้านประกอบกัน เพราะขณะนี้เศรษฐกิจดีขึ้นคนไทยมีกำลังซื้อสินค้าบางส่วน เพื่อใช้เองหรือฝากญาติ เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศการถือครองเงินสดจาก 500,000 บาท เพิ่มเป็น 2 ล้านบาท ในการนำเข้าออกผ่านชายแดน หากได้ข้อสรุปจะออกประกาศกรมศุลกากรเพื่อบังคับใช้

แต่อีกด้านหนึ่งต้องเข้มงวดสำหรับผู้นำเข้ามาเพื่อค้าขายเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี เพราะหากเดินทางไปต่างประเทศเพียง 1-2 ครั้ง และซื้อสินค้าเข้ามาใช้สอยคงจะไม่สุ่มตรวจ แต่หากปรากฏว่ามีการเดินทางเป็นประจำ 3-4 ครั้งต่อเดือน เพื่อนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายต้องให้สำแดง เพื่อเสียอากรนำเข้าร้อยละ 30 ของมูลค่าสินค้า การตรวจจะครอบคลุมไปถึงลูกเรือสายการบิน ทุกอาชีพที่ผ่านเข้าออก

นายสมชัย กล่าวในฐานะประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลว่า การแก้ปัญหาสลากฯ ในช่วงสั้นขณะนี้ยังคงปล่อยให้ผู้ค้าจำหน่ายสลากฯ ราคาเหมาะสมตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่ยังมีสลากใกล้ครบกำหนดสัญญาอีกจำนวนหนึ่ง จึงเตรียมนำมาจัดสรรให้กับรายย่อยเพิ่ม ส่วนแนวทางการแก้ปัญหาเฟส 2 ทั้งเรื่องโควตา การหาผลิตภัณฑ์แบบใหม่ และเรื่องต่าง ๆ ต้องเร่งจัดสรรหาผู้อำนวยการ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จากนั้นจะเริ่มประชุมบอร์ดสลาก เพื่อพิจารณามาตรการต่างๆ