วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชี้ศก.ไทยผ่านจุดต่ำสุด ธปท.คาดครึ่งปีหลังฟื้น

ธปท.คาดเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังฟื้นตัวเร็ว หลังมีสัญญาณในเดือนมิ.ย.ฟื้นชัดเจน ระบุผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการ สำนักเศรษฐกิจมหภาค ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่าเศรษฐกิจไทยเดือนพ.ค.เริ่มปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แต่หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแล้ว ตัวเลขในภาพรวมยังคงหดตัวอยู่ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณที่เด่นชัดมากขึ้นในเดือนมิ.ย. โดย ธปท.คาดหวังว่า ตัวเลขเศรษฐกิจเดือนมิ.ย.จะเริ่มเป็นบวกได้เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

“เดือนมิ.ย.เป็นอะไรที่เราค่อนข้างหวังไว้มาก เพราะเราจะเห็นผลดีที่จับต้องได้จากสถานการณ์การเมืองที่คลี่คลายอย่างชัดเจนในเดือนนี้ และถ้าดูกันจริงๆ เศรษฐกิจไทยได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้วตั้งแต่เดือนเม.ย.ที่ผ่านมา และค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น”นายดอนกล่าว

นายดอนกล่าวว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เริ่มเห็นตั้งแต่เดือนพ.ค. และมีแนวโน้มว่าจะฟื้นตัวชัดเจนขึ้นในเดือนมิ.ย. ทำให้ ธปท. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 น่าจะเป็นบวกได้ไม่น้อยกว่า 1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เพียงแต่หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอาจจะยังติดลบอยู่ประมาณ 0.4% ส่วนครึ่งปีหลังจะเป็นช่วงที่เศรษฐกิจฟื้นตัวได้เร็ว โดยธปท. ได้ประเมินการเติบโตโดยเฉลี่ยไว้ที่ประมาณ 3.4%

อย่างไรก็ตามสถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนี้ ยอมรับว่ายังต้องติดตามดูใกล้ชิด โดยเฉพาะการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นทั้งการบริโภคและการลงทุนว่าจะเป็นไปอย่างต่อเนื่องหรือไม่ ขณะเดียวกันต้องติดตามดูการจัดตั้งรัฐบาลด้วยว่าเป็นอย่างไร

เศรษฐกิจเดือนเม.ย.ขยับขึ้นเล็กน้อย

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจเดือนเม.ย.โดยรวมถือว่าดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ตามการผลิตภาคอุตสาหกรรมและการใช้จ่ายภาคเอกชนที่เริ่มขยายตัว รวมทั้งการส่งออกของไทยไปประเทศอุตสาหกรรมหลักที่ปรับดีขึ้น

อย่างไรก็ตามการส่งออกในภาพรวมยังฟื้นตัวได้ค่อนข้างช้า จากผลของราคาสินค้าเกษตรและอุปสงค์จากภูมิภาคเอเชียที่ยังอ่อนแอ ส่วนภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากสถานการณ์การชุมนุมและการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

“กิจกรรมเศรษฐกิจโดยรวมปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน ตามการผลิตภาคอุตสาหกรรมและการใช้จ่ายภาคเอกชน โดยเฉพาะการบริโภคที่เริ่มมีสัญญาณขยายตัวจากเดือนก่อน ตามการใช้จ่ายในสินค้าไม่คงทน ส่วนหนึ่งเนื่องจากครัวเรือนนอกภาคเกษตรมีรายได้น้อยจากการทำงานล่วงเวลาเพิ่มขึ้น”นายดอนกล่าว

อย่างไรก็ตามดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนเดือนเม.ย.ยังคงหดตัว 0.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการใช้จ่ายในสินค้าคงทนที่ยังมีผลของฐานสูงในปีก่อน ประกอบกับครัวเรือนระมัดระวังการใช้จ่ายตามภาระหนี้ที่อยู่ระดับสูง และรายได้ในภาคเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากราคาข้าวและยางพาราที่ตกต่ำ

ลงทุนดีขึ้น-ส่งออกฟื้นตัวช้า

สำหรับการลงทุนภาคเอกชนปรับดีขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อน โดยธุรกิจส่วนใหญ่ยังคงลงทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต แต่หากเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนยังคงหดตัว 2.9% เนื่องจากผู้ประกอบการชะลอการลงทุนใหม่ออกไปเพื่อรอความชัดเจนของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและแนวนโยบายภาครัฐ ส่งผลให้การลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์หดตัวต่อเนื่อง ขณะที่การลงทุนในหมวดก่อสร้างชะลอลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ยังอยู่ระหว่างการฟื้นตัว

“แม้ว่าหมวดก่อสร้างจะชะลอตัวลง แต่ถ้าเราดูข้อมูลของภาคอสังหาริมทรัพย์ในเดือนพ.ค. ที่เริ่มเห็นการกลับมาเปิดโครงการใหม่อีกครั้ง ดังนั้นแล้วระยะต่อไปการลงทุนในหมวดก่อสร้าง ก็น่าจะมีแนวโน้มกลับมาดีขึ้นได้”นายดอนกล่าว

ส่วนการส่งออกในภาพรวมยังฟื้นตัวได้ค่อนข้างช้า โดยการส่งออกสินค้ามีมูลค่า 19,268 ล้านดอลลาร์ หดตัว 1.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการส่งออกยานยนต์ เคมีภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์เหล็กและโลหะที่อุปสงค์จากประเทศในภูมิภาคเอเชียยังอ่อนแอ รวมถึงการส่งออกสินค้าเกษตรและสินค้าเกษตรแปรรูปที่ได้รับผลกระทบจากราคายางพาราและน้ำตามที่ลดลง

อย่างไรก็ตาม การส่งออกสินค้าในหลายอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้นตามอุปสงค์จากประเทศอุตสาหกรรมหลัก เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรเคมี สิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่ม

“ประมาณการการเติบโตของภาคส่งออกที่ล่าสุดเรามองไว้ที่ 3% นั้น หากจะได้ตามที่ประเมินไว้ การส่งออกในช่วงที่เหลือควรต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งดูแล้วยังอยู่ในวิสัยทัศน์ที่พอทำได้”นายดอนกล่าว

หวั่นส่งออกต่ำกว่า3%ฉุดจีดีพี1.5%

อย่างไรก็ตาม นายดอนยอมรับว่า หากการส่งออกต่ำกว่าที่ ธปท. ประเมินไว้ว่าจะเติบโตได้ประมาณ 3% ก็อาจมีผลกระทบต่อประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทยทั้งปีที่ 1.5% ได้เช่นกัน เว้นแต่ว่าเศรษฐกิจไทยจะหันมาเน้นเครื่องยนต์ในประเทศมากขึ้น ซึ่งจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยขาดการลงทุนมานานมาก

นายดอน กล่าวว่า โอกาสของภาคการส่งออกไทยถือว่ายังมีอยู่ โดยเฉพาะการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศ กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และ เวียดนาม(ซีแอลเอ็มวี) ซึ่งที่ผ่านมาการส่งออกไปยังประเทศเหล่านี้มีการเติบโตที่ต่อเนื่อง ยิ่งถ้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มีแผนจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้น เชื่อว่าจะทำให้การค้าระหว่างกันปรับตัวดีขึ้นตามไปด้วย โดยปัจจุบันไทยส่งออกไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนรวม 26% ในจำนวนนี้คิดเป็นการส่งออกไปยังกลุ่มซีแอลเอ็มวีราว 8%

ส่วนกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมและมูลค่าการนำเข้าสินค้าทนวัตถุดิบและสินค้าชั้นกลางเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน แต่หากเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน พบว่าดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมยังหดตัว 4.1% ตามการผลิตยานยนต์ที่เร่งผลิตไปมากในปีก่อนหน้า และการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ความต้องการสินค้าลดลงจากตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งการผลิตกุ้งแช่แข็งที่มีปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบจากโรคระบาดในกุ้ง

สำหรับการนำเข้ามีมูลค่า 17,638 ล้านดอลลาร์ หดตัว 7.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการนำเข้าสินค้าที่ลดลงในทุกหมวด

ทางด้านภาคการท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากสถานการณ์การชุมนุมและการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ทำให้หลายประเทศเพิ่มระดับการเตือนภัย และส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเดือนพ.ค.มีจำนวน 1.7 ล้านคน หดตัว 10.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการลดลงของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียโดยเฉพาะจีนและมาเลเซียห่วง

ห่วงรายได้เกษตรร่วง

นายดอนกล่าวว่า รายได้ภาคเกษตรปรับขึ้นจากเดือนก่อน แต่หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแล้ว รายได้เกษตรหดตัวจากผลของราคาโดยเฉพาะข้าวที่ราคาลดลงมากตามการระบายสต็อกของทางการไทย และยางพาราที่ราคาลดลงจากสต็อกในประเทศและสต็อกของจีนที่ยังอยู่ระดับสูง สำหรับผลผลิตเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อนโดยเฉพาะข้าวที่ปริมาณน้ำเอื้ออำนวยและปาล์มน้ำมันที่มีการขยายพื้นที่เพาะปลูกเมื่อหลายปีก่อน

ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐโดยรวม เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการเบิกจ่ายเพื่อซื้อสินค้าและบริการรวมถึงการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนให้กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการและสำนักงานประกันสังคม ขณะที่รายจ่ายลงทุนสามารถทำได้เพียงบางส่วน

สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจ การว่างงานอยู่ในระดับต่ำ อัตราเงินเฟ้อปรับสูงขึ้นตามราคาพลังงานโดยเฉพาะค่ากระแสไฟฟ้าผันแปรและราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ ประกอบกับยังมีการส่งผ่านต้นทุนราคาก๊าซหุงต้มไปยังราคาอาหารสำเร็จรูป ดุลการค้าเกินดุล ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลจากการส่งกลับกำไร และเงินปันผลไปต่างประเทศของบริษัทต่างชาติและรายรับจากการท่องเที่ยวที่ลดลง

ส่วนดุลเงินทุนเคลื่อนย้ายขาดดุลจากการขายหลักทรัพย์ของนักลงทุนต่างชาติ และการออกไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศของนักลงทุนไทย โดยรวมดุลการชำระเงินขาดดุล