ค้าปลีกสหรัฐตัดออเดอร์ซีพี ด้าน"โฆสิต"โต้สหรัฐ-ยุโรปให้เคารพไทยจัดการปัญหาภายใน ชี้สหรัฐยกปมแรงงานกีดกันการค้า
"ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกสหรัฐ-นอร์เวย์ ระงับออเดอร์สินค้าจากซีพี ฟู้ดส์ ระบุกังวลการละเมิดสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่สินค้า ขณะที่ซีพีเอฟ เตรียมปรับกลยุทธ์การตลาดสู้ศึกเทียร์ 3 "ฉัตรชัย" สั่ง"พาณิชย์-กระทรวงการต่างประเทศ" เดินสายแจงคุณภาพผลิตสินค้าไทย เตรียมเข้มรายเล็กหวั่นทำภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย "เอกชน" รุดแจงผู้นำเข้าสหรัฐ 22-23 ก.ค. พร้อมดึงผู้นำเข้าตรวจโรงงานไทย
การปรับสถานะบัญชีลงไปอยู่ระดับความรุนแรงระดับ 3 บัญชีค้ามนุษย์ที่สหรัฐออกรายงานทุกปี ได้ส่งผลกระทบกับการค้าของไทยไปสหรัฐ ขณะที่การเผยแพร่รายงานข่าวการละเมิดสิทธิแรงงานในยุโรป นำไปสู่ปัญหาทางการค้าเช่นเดียวกัน
เว็บไซต์อันเดอร์เคอร์เรนท์นิวส์ รายงานว่า บริษัทโฮลฟู้ดส์ เครือข่ายค้าปลีกของสหรัฐ ยกเลิกสั่งสินค้าจากซีพีฟู้ดส์ ตามหลังคาร์ฟูร์ของฝรั่งเศส จากปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชนในอุตสาหกรรมประมงของไทย
ค้าปลีกสหรัฐตัดออเดอร์ซีพี
บริษัทโฮลฟู้ดส์ ระบุว่า ไม่ได้สั่งซื้อสินค้าจากบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ฟู้ดส์อีกแล้ว หลังจากเกิดความวิตกเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเครือข่ายการจัดหาของบริษัท สืบเนื่องจากกรณีที่เดอะการ์เดียน ซึ่งเป็นสื่ออังกฤษ กล่าวหาว่าแผนกอาหารกุ้งของบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ฟู้ดส์ รับซื้ออาหารจากเรือประมงที่ใช้แรงงานทาส
โฮลฟู้ดส์ ระบุว่า บริษัทมีนโยบายไม่อดทนต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่เกิดขึ้นในเครือข่ายซัพพลายเออร์ของบริษัท และบริษัทซัพพลายเออร์ที่เป็นคู่ค้ากับโฮลฟู้ดส์ได้ลงนามรับรองในสัญญาการค้าที่จะดำเนินการตามมาตรฐานนี้ โฮลฟู้ดส์ขอระงับการทำธุรกิจกับบริษัทซีพีฟู้ดส์โปรดักส์ชั่วคราว จนกว่าซีพีฟู้ดส์จะสามารถชี้แจงได้อย่างเพียงพอ ในการแก้ปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชนในเครือข่ายซัพพลายเชนของบริษัทซีพีฟู้ดส์
ค้าปลีกนอร์เวย์ดึงของออกจากชั้นวาง
ขณะเดียวกัน เว็บไซต์อันเดอร์เคอร์เรนท์ รายงานว่า ไอซีเอ ซึ่งเป็นสาขาซูเปอร์มาร์เก็ตในนอร์เวย์ของซูเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติสวีเดน ได้นำสินค้าชนิดเดียวที่ซื้อจากซีพีฟู้ดส์ ลงจากชั้นวางของ สินค้าดังกล่าวคือ ‘EastCoast scampi on sticks’ ซึ่งบริษัทสเลตเทนนอร์เกจัดหามาให้
ไอซีเอ ระบุในแถลงการณ์ว่าจริงจังกับข้อกล่าวหาเรื่องการใช้แรงงานทาสเป็นอย่างมากและจะติดตามเรื่องนี้กับสเลตเทนนอร์เก
ซีพีเอฟเตรียมปรับกลยุทธ์การตลาดสู้
รายงานข่าวสหพันธ์ผู้ผลิตสินค้าประมงแจ้งว่าจากกรณีที่สหรัฐ ประกาศให้ไทยอยู่ในสถานการณ์ค้ามนุษย์และแรงงานผิดกฎหมายในระดับขั้นรุนแรง หรือเทียร์ 3 นั้นส่งผลให้ห้างสรรพสินค้าในสหรัฐ มีการพิจารณาปลดสินค้าของไทยออกจากชั้นวาง ซึ่งปัญหานี้ บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ซึ่งเป็นผู้ค้ารายใหญ่อยู่ระหว่างการหารือเป็นการภายใน เพื่อปรับกลยุทธ์ทางการตลาด
ในขณะเดียวกัน ภาคเอกชนมีแผนที่จะร่วมกับภาครัฐบาลของไทย เพื่อยื่นข้อมูลกับสหรัฐเพื่อขอถอดถอนสินค้ากุ้ง และปลาทูน่าจากเทียร์ 3 เนื่องจากมีความชัดเจนเรื่องการใช้แรงงานที่ถูกต้องตลอดห่วงโซ่การผลิต
เทสโก้ยันไม่ตัดออเดอร์สินค้า
อย่างไรก็ตาม ต่อการกล่าวหาซีพีเอฟ ก่อนหน้านี้ของ เดอะ การ์เดียน ว่า ยังมีการใช้แรงงานผิดกฎหมายอยู่นั้น ทางเว็บไซต์ของการ์เดียนได้ตีพิมพ์ข้อความของ นายเควิน เกรซ ผู้อำนวยการด้านการพาณิชย์และเป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติเชิงพาณิชย์ในการสรรหาวัตถุดิบจากทั่วโลกของกลุ่มเทสโก้ ว่า การกดดันร้านซูเปอร์มาร์เก็ตให้หยุดสั่งสินค้าจากผู้ผลิตสินค้าที่ฝ่าฝืนกฎหมายเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่กลุ่มเทสโก้กลับมองไปข้างหน้าในการหยุดปัญหาแรงงานทาส มากกว่าการทำประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของบริษัทเพียงเพื่อหวังผลระยะสั้นด้วยวิธีการดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม กลุ่มเทสโก้ไม่ตัดสินใจเหมือนซูเปอร์มาร์เก็ตรายอื่น ในการหยุดการสั่งซื้อสินค้าและวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับการใช้แรงงานทาสบนเรือประมงไทยที่มีการละเมิดสิทธิของแรงงานต่างด้าวเหล่านั้น เทสโก้มุ่งมั่นที่จะหยุดการใช้แรงงานตามวิถีทางและศักยภาพของกลุ่มที่เป็นแนวทางที่แตกต่างออกไป
นายเควิน กล่าวต่อไปว่า เทสโก้รับทราบเรื่องการละเมิดเงื่อนไขแรงงานสากลและการปฏิบัติกับแรงงานมาระยะหนึ่งแล้ว แต่มันเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมากในการที่จะสืบไปจนถึงต้นตอของห่วงโซ่การผลิตสินค้าและวัตถุดิบ
สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทยเกี่ยวกับแรงงานทาส มีความแตกต่างกันในหลายด้าน แต่หลักการปฏิบัติของกลุ่มเทสโก้ยังคงเหมือนกัน เรามีโอกาสปรับปรุงให้สถานการณ์ดีขึ้นและต้องรับผิดชอบต่อสังคม ในกรณีของประเทศไทยปัญหาที่เราต้องแก้ไขคือจะรวบรวมวัตถุดิบในการทำปลาป่นได้อย่างไร ปัจจุบันประมาณ 10% ของปลาป่นที่ใช้ทำอาหารกุ้งทำมาจากปลา และเชื่อว่าประมาณ 70% ของปลาพวกนั้นถูกจับในสภาพที่มีการตรวจสอบและได้รับการรับรอง
"ฉัตรชัย"สั่ง"พาณิชย์-บัวแก้วแจงสหรัฐ
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้ประกอบการภาครัฐและเอกชน เรื่องการบรรเทาผลกระทบทางการค้า จากการปรับลดระดับแรงงานของสหรัฐ ว่า ได้แบ่งการทำงาน 2 แนวทาง คือ แนวทางที่ 1 ให้เอกชนเดินหน้าการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพปราศจากการค้ามนุษย์ต่อไป และให้รักษามาตรฐานเพื่อการป้องกันปัญหาลักษณะนี้ในระยะยาว ส่วนแนวทางที่ 2 ให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกันทำงานเพื่อสร้างความเข้าใจกับผู้ซื้อสินค้าไทยในต่างประเทศเน้น ประเทศสหรัฐ และกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป
"การทำงานของเอกชนไทยมีมาตรฐานที่ดีอยู่แล้ว อาจมีปัญหาอยู่บ้างเล็กน้อย แต่เมื่อได้ทราบข้อมูลทั้งความสามารถการผลิตของอุตสาหกรรมไทยเทียบกับข้อมูลในรายงาน TIP แล้วถือว่าในรายงานมีความคลาดเคลื่อนอยู่บ้าง อย่างอุตสาหกรรมกุ้งไทย 90% ส่งออกกุ้งเลี้ยงแล้วเราจะใช้แรงงานจากการค้ามนุษย์ได้อย่างไร" พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว
"พจน์"แจงผู้นำเข้าสหรัฐ 22-23 ก.ค.
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า จะผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานเพื่อการส่งออกต่อไป พร้อมเปิดให้สหรัฐเข้ามาเยี่ยมขั้นตอนการผลิตได้ โดยปัญหาของผู้ส่งออกขณะนี้ไม่ได้อยู่ที่การถูกชะลอนำเข้าสินค้า แต่เป็นการที่ไม่มีสินค้าส่งออก รวมทั้งพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการโรดโชว์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น โดยเบื้องต้นได้ประสานกับสมาคมผู้ค้าอาหารทะเลสหรัฐ หรือ NFI เพื่อเดินทางไปชี้แจงข้อเท็จจริงระหว่างวันที่ 22-23 ก.ค. นี้ ซึ่งเป็นช่วงที่ทางสมาคม NFI มีการจัดประชุมประจำปีขึ้น
รายงานข่าวจากที่ประชุมแจ้งว่า มีการสั่งการให้แต่ละสมาคมรวบรวมข้อมูลของธุรกิจขนาดเล็กในแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อนำมาจัดทำมาตรฐานการผลิตให้อยู่ในระดับสากล ลดปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากกรณีมาตรการทางการค้าอื่นๆ ในอนาคต เพราะที่ประชุมยอมรับว่าข้อมูลจากรายงาน TIP เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงแต่อยู่ในภาคการผลิตส่วนน้อยของไทย
กลุ่มเสื้อผ้าไม่ได้รับผลกระทบ
นายยุทธนา ศิลป์สรรค์วิชช์ เลขานุการสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวว่า ปัญหาของกลุ่มเครื่องนุ่งห่มไทย ที่ปรากฏในรายงานมีเพียงการใช้แรงงานไม่ถูกต้องของโรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดตาก ที่ อ.แม่สอด ซึ่งที่ประชุมให้สมาคมร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มเครื่องนุ่งห่มไม่ได้รับผลกระทบจากรายงาน TIP แต่ยอมรับว่าข้อมูลที่ปรากฏในรายงานทำให้ภาพลักษณ์เสียหาย จึงเห็นด้วยกับการเร่งชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ซื้อในต่างประเทศว่าอุตสาหกรรมของไทยมีการผลิตที่ดีทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อมและแรงงาน
"เรื่อง CSR เรื่องการดูแลแรงงาน รวมถึงสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องใหม่ อุตสาหกรรมในประเทศส่วนใหญ่ได้ตระหนักประเด็นเหล่านี้อย่างดีแล้ว แต่ยอมรับว่า ในส่วนรายเล็กอาจมีข้อบกพร่องบ้างซึ่งจากนี้ต้องช่วยกันแก้ไข เพราะแม้จะเป็นปัญหาจากรายเล็กเพียงรายเดียวแต่ก็สร้างความเสียหายเชิงภาพลักษณ์ได้" นายยุทธนา กล่าว
"โฆสิต"โต้สหรัฐ-ยุโรปเคารพไทย
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป หรือ อียู จากการยึดอำนาจของ คสช. ว่า เป็นเรื่องที่คนไทยต้องช่วยกันอธิบายให้ต่างชาติเข้าใจถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ว่า สิทธิขั้นพื้นฐานของคนไทยในการรักษาความสงบเรียบร้อยหายไป ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ ที่ทำให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไม่ได้
คนไทยควรได้รับสิทธิ ที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครองให้เกิดความสงบเรียบร้อยบ้าง เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ควรได้รับ และไม่ควรปล่อยให้ประเทศไทยกลับเข้าไปสู่ภาวะล่อแหลมเช่นนั้นอีก ซึ่งที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็น มีอาวุธ มีการจัดตั้งกองกำลัง เมื่อหน้าที่ในการปกป้องสิทธินี้รัฐบาลที่ผ่านมาไม่ทำก็ต้องหาคนมาทำ
"ก่อนมี คสช.มันไม่เกิดขึ้น ขอเวลาให้ได้มีสิทธิพื้นฐานนี้กับประชาชนคนไทยเถิด เมื่อรัฐบาลไม่ทำ ประชาชนไม่มีสิทธิ หรือ การดึงตัวเองจากล่อแหลมมาสงบยั่งยืนต้องใช้เวลาจะมีเร่งรัดทำไม งานนี้ต้องมีคนทำ นี่คือแก่นของเรื่องนี้ ที่ผ่านมาไม่มีคนทำ ดังนั้นเราก็ต้องบอกเพื่อนเราแบบนี้ ไม่งั้นไม่สงบ ไม่มีรัฐบาลประชาธิปไตยใด ที่มีกองกำลังของตัวเอง นั่นมันแอฟริกา หรือประเทศด้อยพัฒนา การอดทนต่อวิธีการใช้ความรุนแรง ที่เป็นประโยชน์กับตัวเอง อันนี้ต่าง หากที่ใช้ไม่ได้ ไม่ควรมีใครอดทนต่อการใช้ความรุนแรง ไม่ว่า กับใครทั้งสิ้น ซึ่งระบบเก่าก่อน คสช. จะเข้ามาเขาอดทนกับเรื่องนี้ และเห็นเป็นเรื่องธรรมดา มีเหตุการณ์ปาระเบิดเกิดขึ้นแต่แล้วก็จับไม่ได้"
ส่วนกรณีของสหรัฐที่มีการลดระดับประเทศไทยจากปัญหาการค้ามนุษย์นั้นไม่ค่อยชัดเจนมากนัก และอาจเป็นส่วนหนึ่งของการปกป้องการค้า เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยอยู่ในภาวะขาดแคลนแรงงานและต้องเอาใจแรงงาน ยังไม่เห็นมีธุรกิจใดที่เข้าข่ายการค้ามนุษย์หรือการจัดหาคนไปเป็นทาส การค้ามนุษย์หรือทาสเป็นอาชญากรรม ต้องจัดการด้วยกระบวนการยุติธรรม ซึ่งไทยควรแก้ไขกระบวนการยุติธรรมอันนี้เห็นด้วย แต่คนละมิติกับการค้ามนุษย์
ณรงค์ชัยชี้ไม่มีผลทางเศรษฐกิจ
นายณรงค์ชัย อัครเศรณี คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย และ ประธานกรรมการ บลจ.เอ็มเอฟซี กล่าวว่า สำหรับข้อกังวลในเรื่องสหภาพยุโรป ลดความร่วมมือด้านการค้ากับไทยนั้น มองว่าจะไม่มีผลเชิงเศรษฐกิจมากนัก เพราะปัจจุบันสัดส่วนการส่งออกไทยไปยังยุโรปไม่ถึง 10% ของการส่งออกทั้งหมด แต่จะมีผลในเรื่องศักดิ์ศรีมากกว่า ซึ่งที่ผ่านมา คสช.พยายามทำความเข้าใจและให้ความชัดเจนว่าจะกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ซึ่งเรามองว่าหาก คสช. มีการประกาศโรดแมพต่างๆ ที่ชัดเจนขึ้น จะทำให้เกิดความคลี่คลายได้ ซึ่งการส่งออกในปีนี้น่าจะเติบโตที่ 2%









