วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สั่งทูตพาณิชย์แจงสหรัฐ

สั่งทูตพาณิชย์แจงสหรัฐ หวั่น"บัญชี3ค้ามนุษย์"กระทบส่งออก-ปลัดบัวแก้วชี้ช่องยกเว้นคว่ำบาตร

"สีหศักดิ์"ยันสหรัฐปรับระดับค้ามนุษย์ไทยตกไปอยู่"ต่ำสุด"ไม่กระทบการค้า ลั่นไม่เห็นด้วยกับผลที่ออกมา เหตุขัดแย้งกับผลงานระดับ"วาระแห่งชาติ" ยอดจับกุมกว่า 400 คดี ลงโทษผู้กระทำผิดกว่า 200 แถมเป็นการประเมินฝ่ายเดียว ด้านปลัดพาณิชย์สั่งทูตพาณิชย์ประจำวอชิงตัน ดี.ซี.เดินสายพบผู้นำเข้าสหรัฐ เตรียมจัดโรดโชว์สร้างเชื่อมั่น ขณะที่โฆษก คสช.ชี้เป็นการปรับลดระดับอัตโนมัติตามกฎใหม่ เชื่อลุยจัดระเบียบแรงงาน-บังคับใช้กฎหมายเต็มที่ ช่วยสถานการณ์ดีขึ้น

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ แถลงวานนี้ (21 มิ.ย.) ถึงท่าทีของไทยหลังกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ 2557 (Trafficking in Persons - TIP Report) โดยปรับลดระดับไทยจากเทียร์ 2 เฝ้าจับตาพิเศษ (Tier 2 Watch List) ไปอยู่ระดับต่ำสุด คือ เทียร์ 3 ว่า เป็นเรื่องน่าเสียใจที่รายงานของสหรัฐปีนี้จัดอันดับให้ประเทศไทยอยู่เทียร์ 3 รู้สึกผิดหวังและไม่เห็นด้วยต่อการประเมินดังกล่าว

นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมารัฐบาลไทยได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ในระดับนโยบายและถือปฏิบัติเป็นวาระแห่งชาติเพื่อให้เห็นว่ามีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในทุกด้าน ทั้งการจับกุมดำเนินคดีกว่า 400 คดี ลงโทษผู้กระทำผิด 200 ราย การคุ้มครองผู้ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ การป้องกันปัญหา การขับเคลื่อนกลไกการดำเนินงานระหว่างส่วนราชการ และความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศ

ส่วนกรณีที่ในรายงานมีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ฝ่ายไทยดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตไปกว่า 30 คน หากจะยกกรณีใดกรณีหนึ่งขึ้นมาเป็นพิเศษคงไม่ถูกต้อง จึงขอให้สหรัฐพิจารณาว่ารายงานฉบับนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์กับมิตรประเทศที่ยาวนานด้วยหรือไม่

ยันโปร่งใส-เปิดให้ตรวจสอบเป็นระยะ

ปลัดกระทรวงการต่างประเทศยังบอกว่า ไทยได้แลกเปลี่ยนหารือกับทางสหรัฐและเปิดโอกาสให้สหรัฐได้ตรวจสอบข้อมูลของไทยอยู่เป็นระยะ ข้อมูลที่ให้จึงผ่านการหารือทำความเข้าใจกับฝ่ายสหรัฐแล้ว ซึ่งสะท้อนถึงความโปร่งใส ตรวจสอบได้ของไทย

"เราไม่เห็นด้วยกับการประเมินของสหรัฐครั้งนี้ เนื่องจากไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงในการดำเนินการของฝ่ายไทย เรายังไม่เห็นด้วยที่ประเทศใดประเทศหนึ่งประเมินอยู่ฝ่ายเดียว โดยใช้มาตรฐานตัวเองเป็นหลัก" นายสีหศักดิ์ ย้ำ

แก้ปัญหาต่อ-ไม่สนอันดับสหรัฐ

ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวอีกว่า ได้รายงานเรื่องนี้ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับทราบแล้ว โดยรายงานดังกล่าวเป็นการรวบรวมข้อมูลระหว่างวันที่ 1 เม.ย.2556 - 31 มี.ค.2557 โดยพิจารณาเพียงเฉพาะสถานการณ์การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเหตุการณ์ทางการเมืองของไทย

นายสีหศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ไทยจะแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่องและเข้มข้นต่อไป โดยไม่ได้ทำเพื่อตอบสนองต่อการจัดอันดับของสหรัฐ หรือมาตรการขององค์กรระหว่างประเทศ แต่ประเทศไทยคงความยึดมั่นในคุณค่าของเมตตาธรรม และปกป้องช่วยเหลือผู้ประสบเคราะห์ สอดคล้องกับหลักมนุษยธรรมตามที่ประชาคมระหว่างประเทศยึดถือ

ยันไม่ส่งผลกระทบการค้า

เมื่อถามถึงผลกระทบจากการจัดอันดับในครั้งนี้ จะทำให้ไทยถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ทางสหรัฐสามารถขอยกเว้นการคว่ำบาตรต่อไทยได้ แต่ยืนยันว่ามาตรการที่สหรัฐจะมีต่อไป จะไม่เกี่ยวกับการระงับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการค้า

เมื่อถามอีกว่ารายงานนี้จะส่งผลกระทบต่อบัญชีสินค้า 5 รายการของไทยที่ส่งไปยังสหรัฐ เช่น กุ้ง ปลา อ้อย สิ่งทอ หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ส่งผลกระทบ แต่เข้าใจว่าเป็นการส่งสัญญาณกดดันในการนำเข้าสินค้าของสหรัฐ และการลดระดับลงมานั้นมีผลต่อสินค้าของไทยและการตัดสินใจของผู้บริโภคเท่านั้น

สั่งทูตพาณิชย์แจงคองเกรส-ผู้นำเข้า

ด้าน นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้สำนักพาณิชย์ ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงอื่นที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงทำความเข้าใจต่อรัฐบาลสหรัฐ สภาคองเกรส บริษัทค้าปลีก และผู้นำเข้า ต่อข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการค้าของไทย

"ระยะเร่งด่วน กระทรวงมีแผนที่จะดำเนินกิจกรรม รวมทั้งการเดินสายไปพบปะผู้นำเข้ารายสำคัญในเมืองต่างๆ ของสหรัฐในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้านี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าไทย รวมทั้งผู้บริโภคในสหรัฐด้วย" นางศรีรัตน์ ระบุ

ส.อาหารทะเลสหรัฐยันค้ากับไทยต่อ

นางศรีรัตน์ กล่าวต่อว่า ไทยยังได้รับการยืนยันจากสมาคมผู้นำเข้าอาหารทะเลรายใหญ่ของสหรัฐ หรือ เอ็นเอฟไอ ที่ได้ออกแถลงการณ์ว่า ยืนยันที่จะทำการค้ากับไทยในฐานะคู่ค้าที่ตั้งใจและปฏิบัติตามมาตรฐานในด้านแรงงานต่อไป ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับไทย

ทั้งนี้ เอ็นเอฟไอระบุว่า ผู้บริโภคไม่ควรเหมารวมว่าเกิดปัญหาการค้ามนุษย์ทั้งอุตสาหกรรมกุ้งของไทย แต่ควรมองว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่ง และเป็นความท้าทายของรัฐบาลไทยที่จะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหา พร้อมกับยืนยันว่าจะไม่นำเข้าหรือทำธุรกิจกับโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐานด้านแรงงาน

"ทางเอ็นเอฟไอตระหนักถึงความจริงใจของรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาแรงงานในอุตสาหกรรมอาหารทะเล และระบุชัดเจนว่าจะทำธุรกิจกับคู่ค้าที่มีความรับผิดชอบและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาแรงงานอย่างจริงจัง การยกเลิกทำธุรกิจกับคู่ค้าไทยที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานแรงงานและความปลอดภัยด้านแรงงานจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี" นางศรีรัตน์อ้างแถลงการณ์ของเอ็นเอฟไอ

เร่งหารือภาคอุตฯประเมินผลกระทบ

นางศรีรัตน์ กล่าวด้วยว่า ข้อกังวลเรื่องการตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร หรือ จีเอสพี จะไม่ได้รับผลกระทบ เพราะภายใต้กฎหมาย Trafficking Victims Protection Act 2000 ไม่อนุญาตให้ฝ่ายบริหารของสหรัฐเพิกถอนสิทธิประโยชน์และความช่วยเหลือที่เกี่ยวข้องกับด้านการค้า

สำหรับการดำเนินการในขั้นต่อไป กระทรวงพาณิชย์จะนัดหารือร่วมกับภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินผลกระทบและกำหนดท่าทีในการดำเนินการ ก่อนจะส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนเร่งด่วน และนำเสนอให้สหรัฐพิจารณาต่อไป

คสช.แจงปรับระดับอัตโนมัติตามกฎใหม่

วันเดียวกัน พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะคณะทำงานทีมโฆษก คสช. กล่าวว่า การที่ไทยถูกปรับมาอยู่ระดับต่ำที่สุดที่มีปัญหาค้ามนุษย์ เนื่องจากสหรัฐได้มีการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบใหม่เมื่อปี 2551 ที่ให้การปรับลดอันดับ (เทียร์) เป็นไปโดยอัตโนมัติ คือ กรณีไทยอยู่ในระดับเทียร์ 2 ติดต่อกันต่อเนื่อง 2 ปี ตั้งแต่ปี 2554 แล้วไม่สามารถปรับขึ้นมาอยู่เทียร์ 1 ได้ จึงตกไปอยู่เทียร์ 3 โดยอัตโนมัติทันทีตามกฎใหม่

พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน คสช.ให้ความสำคัญเรื่องนี้อย่างมาก โดยมีงานเร่งด่วนใน 2 เรื่องหลักๆ ที่เริ่มขับเคลื่อนไปแล้วคือ การเร่งรัดจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวให้เหมาะสมกับสถานการณ์และสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องสิทธิประโยชน์ที่พึงได้ และการเร่งรัดให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้ที่กระทำผิด

"การชี้แจงกับสหรัฐต้องดำเนินการควบคู่ไป ทั้งพยายามชี้แจงทำความเข้าใจให้เห็นถึงความตั้งใจ และการปฏิบัติให้เห็นผลเปลี่ยนแปลงที่เป็นบวกขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เชื่อว่าความตั้งใจจริงและความจริงจังต่อการแก้ปัญหา น่าจะส่งผลไปในทิศทางที่เป็นบวกขึ้นในเรื่องมุมมองต่างประเทศที่มีต่อไทยในโอกาสต่อไป" พ.อ.วินธัย กล่าว

ดีเอสไอชี้จุดอ่อนไม่มีคดีจนท.รัฐ

ด้าน พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ปฏิบัติหน้าที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งรับผิดชอบงานค้ามนุษย์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และศูนย์ปราบปรามการค้ามนุษย์ของดีเอสไอ กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังกับรายงานของสหรัฐ เพราะที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามทำงานอย่างเต็มที่ และมองว่าไทยมีพัฒนาการในการปรับตัวอยู่ โดยสถิติการจับกุมในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นอย่างเป็นที่น่าพอใจ

อย่างไรก็ดี พล.ต.อ.ชัชวาลย์ กล่าวว่า ยังไม่เห็นข้อสังเกตในรายงาน แต่มองว่าประเด็นการพิจารณาของสหรัฐอาจมองปัจจัยอื่น เช่น การบังคับใช้กฎหมายกับแรงงานภาคประมง และโรฮิงญาที่หลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย หรือกรณีที่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องในขบวนการ ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีการจับกุมดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐได้เลย

นอกจากนี้ในการพิจารณาจัดอันดับอาศัยข้อมูลในช่วงเดือน เม.ย.2556-มี.ค.2557 ซึ่งเป็นช่วงคร่อมปี จึงทำให้ถูกมองว่ายังไม่มีความพยายามเพียงพอในการแก้ไขปัญหา

พล.ต.อ.ชัชวาลย์ กล่าวด้วยว่า ผลกระทบที่ไทยจะได้รับอาจไม่ถึงขั้นถูกตัดความช่วยเหลือ แต่จะได้รับผลกระทบทางจิตวิทยาในเรื่องภาพลักษณ์ของประเทศว่าเป็นประเทศที่โหดร้าย มีการใช้แรงงานค้ามนุษย์ ส่วนสินค้าส่งออกจะถูกมองว่าเป็นสินค้าที่มาจากแรงงานค้ามนุษย์หรือแรงงานทาส

"หลังจากนี้ทุกฝ่ายในกระบวนการต้องเดินหน้าทำงานให้เต็มที่ และต้องหารือกันว่าจะทำอย่างไรให้ผู้กระทำผิดได้รับการลงโทษ" พล.ต.อ.ชัชวาลย์ กล่าว