วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus_190657

มีโอกาส Rebound ระหว่างวัน ถ้า SET ถอยไม่ตํ่ากว่า 1,440 จุด เป็นโอกาส Selective Buy

SET View

ประเด็นหลัก ราคาหุ้นกลุ่ม ICT และกลุ่มรับเหมาก่อสร้างปรับตัวลงมากและกดดัน SET เมื่อวานนี้ และยังมีโอกาสที่จะเห็นแรงขายจากนักลงทุนต่างประเทศหากการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ลดลง รวมไปถึงการปรับอัตราการเติบโต GDP ใหม่ของ กนง.วานนี้ที่ลดลงเหลือ 1.5% ตํ่ากว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ในระดับ 2% ทำให้มีแรงขายทำกำไรในหุ้นขนาดใหญ่ออกมาจากความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่เรายังคงมุมมอง GDP growth ปีนี้จะเติบโต 1.8% จากเดิมที่เคยคาดไว้ว่าจะตํ่าเพียง 1.1% ในช่วงก่อนรัฐประหาร และยังคงเป้าหมาย SET ในช่วง 2H57 ไว้ที่ 1,570 จุด วันนี้มีโอกาสที่ SET จะ Rebound ขึ้นหลังจากที่ปลัดกระทรวงการคลังเปิดเผยว่ายังไม่มีนโยบายจัดเก็บภาษีกำไรจากการลงทุนในตลาดหุ้นตามที่มีกระแสข่าว หาก SET ถอยตัวลงไม่ตํ่ากว่า 1,440 จุด เรามองเป็นโอกาสทยอยเข้าซื้อหุ้นที่มีศักยภาพในการฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจ

เป็นไปตามคาดหมาย คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ปรับลดมาตรการ QE ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน และตรึงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ 0 - 0.25% นอกจากนี้ยังได้ปรับลดคาดการณ์ GDP Growth ปีนี้สู่ 2.1 – 2.3% จากเดิมที่ 2.9% แต่ยังคงตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวในปี 2558 และ 2559 แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ตามคาด นอกจากนี้ยังมีการส่งสัญญาณถึงการปรับอัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นในต้นปีหน้าที่ราว 1.125% และเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในปีถัดไป เรามองว่าผลสัญญาณดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดเงินมากนัก เห็นได้จากค่าเงินบาทที่เริ่มแข็งค่าขึ้นสู่ระดับใกล้เคียงกับช่วงก่อนหน้าการประชุมเฟด และตลาดหุ้นสหรัฐวานนี้ที่ได้ตอบรับในทางบวก

กลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำให้ทยอยซื้อหุ้นกลุ่มพลังงาน (EGCO BCP PTTEP TOP) ที่ถือว่าเป็น Defensive stock และยังคงได้รับประโยชน์จากราคานํ้ามันโลกที่ปรับสูงขึ้นจากทั้งเหตุการณ์ในอิรักและแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่กำลังฟื้นตัว นอกจากนี้เรายังแนะนำให้เก็งกำไรในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ (SAT AH) ที่มีปัจจัยบวกจากการประกาศอนุมัติการส่งเสริมลงทุนของ BOI 18 โครงการขนาด ใหญ่ที่มีมูลค่าลงทุนกว่า 1.2 แสนล้านบาท ที่ส่วนใหญ่อยู่ในโครงการผลิตรถยนต์ของกลุ่มโตโยต้า

Stock Picks

SAT (+) เราคาดว่ายอดผลิตรถยนต์ในประเทศต่อจากนี้จะฟื้นตัว ต่อเนื่องหลังเดือน พ.ค. ที่ยอดผลิตฟื้นตัว 17% MoM เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลายลงหลังรัฐประหารทำให้คาดตลาดรถยนต์ในประเทศจะกลับมาเติบโตจากการเปิดตัวรถยนต์โมเดลใหม่หลายรุ่นผลักดันปริมาณการผลิตรถยนต์ เราเลือก SAT เป็นหนึ่งในหุ้นเด่นของกลุ่มยานยนต์เนื่องจากผลการดำเนินงานที่แข็งแรงและฐานะทางการเงินมั่นคง อีกทั้งมีรายได้หลักจากชิ้นส่วนรถกระบะทำให้ได้รับผลกระทบจากนโยบายรถคันแรกน้อยกว่าตลาด แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 19.10 บาท

CPALL (+) เรามีมุมมองบวกทั้งระยะสั้นและระยะยาวต่อ CPALL แนวโน้ม 2Q57 คาดว่าธุรกิจปกติจะมีกำไรราว 2,900 ล้านบาท กลับมาเติบโต YoY และ QoQ จากการเติบโตของรายได้สาขาเดิม (SSSG) ร้านเซเว่นฯพลิกเป็นบวกในเดือน เม.ย. – พ.ค. ราว 3% และได้ประโยชน์จากยอดขายของ MAKRO ที่เติบโต 5% ขณะที่ค่าใช้จ่ายของการซื้อหุ้น MAKRO ลดลงชดเชยกับดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้น ส่วนประมาณการปีนี้ เราคาดว่า CPALL จะมีกำไรจากธุรกิจปกติเพิ่มขึ้น 25% ดีสุดในกลุ่มค้าปลีกที่ศึกษาเนื่องจากธุรกิจรับมือภาวะเศรษฐกิจได้ดีกว่าค้าปลีกประเภทอื่น แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 52.00 บาท

Technical Plays

ดัชนีหุ้นเมื่อวันก่อนปิดลบตํ่ากว่าเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันที่ 1460 จุด คาดว่าดัชนีหุ้นจะเริ่มแกว่งตัวขาลง คาดว่าจะแกว่งตัวในกรอบ 1445-1460 จุด มีแนวต้านที่ 1460 จุด แนวรับ 1440 จุด (เส้นค่าเฉลี่ย 25 วัน)

ADVANC

ราคาปิดเป็นแนวโน้มขาลงดิ่งมา 2 วัน มีโอกาสดีดตัวขึ้นที่แนวรับได้ แนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบแนวรับแนวต้าน