เงินบาทแข็งค่า ขณะที่หุ้นไทยปรับตัวลดลงจากแรงขายทำกำไรของนักลงทุน
ตลาดเงินระยะสั้นและตลาดตราสารหนี้
อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้น
อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นทรงตัวต่อเนื่อง โดยธนาคารพาณิชย์มีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ และมีการตัดจ่ายเงินภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนผ่านระบบธนาคารในช่วงกลางสัปดาห์ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) อยู่ที่ 1.90% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน อยู่ที่ 2.00% เท่ากับสัปดาห์ก่อนเช่นกัน
ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 16-20 มิ.ย. 2557 จะมีการตัดจ่ายเงินภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนผ่านระบบธนาคารในช่วงต้นสัปดาห์ ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยคาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.00% ในการประชุมวันที่ 18 มิ.ย. นี้
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.15% ในวันศุกร์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับระดับ 3.09% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับเพิ่มขึ้นในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ จากคาดการณ์ว่า กนง. น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่นักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาขายพันธบัตรไทยอีกครั้ง
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 2.60% ในวันพฤหัสบดี ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับระดับ 2.59% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯปรับเพิ่มขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ ท่ามกลางมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ก่อนที่จะปรับลดลงในช่วงกลางสัปดาห์ หลังข้อมูลยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าที่คาดไว้ รวมทั้ง ความกังวลต่อสถานการณ์ในอิรัก
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
ค่าเงินบาท (Onshore)
เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบประมาณ 1 เดือน ทั้งนี้ ความต้องการเสี่ยงของนักลงทุน หนุนให้เงินบาทและสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาคขยับแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ ก่อนที่แรงขายทำกำไรจะกดดันให้เงินบาทลดช่วงบวกลงบางส่วน มาปรับตัวในกรอบแคบๆ เพื่อรอปัจจัยใหม่ๆ มากระตุ้น ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยในช่วงกลางสัปดาห์ตามการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี เงินบาทแข็งค่าขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์ตามความคาดหวังต่อมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจในประเทศ แรงซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ และความคืบหน้าเกี่ยวกับช่วงเวลาการจัดตั้งรัฐบาล
ในวันศุกร์ (13 มิ.ย.) เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบประมาณ 1 เดือนที่ 32.36 ก่อนจะกลับมาเคลื่อนไหวที่ระดับ 32.38 เทียบกับระดับ 32.56 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (6 มิ.ย.)
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (16-20 มิ.ย.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.20-32.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยต้องจับตามาตรการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ผลการประชุมกนง. (18 มิ.ย.) และการประชุม FOMC ของเฟด (17-18 มิ.ย.) ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย และภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก เดือนมิ.ย. ดัชนีราคาผู้บริโภค ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ
เงินยูโรอ่อนค่า ก่อนลดช่วงติดลบลงบางส่วนปลายสัปดาห์ เงินยูโรเผชิญแรงขาย สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่แข็งค่าขึ้นตามทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้นรับข่าวตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ นอกจากนี้ ความเห็นในเชิงคุมเข้มนโยบายจากเจ้าหน้าที่เฟด (ซึ่งตรงกันข้ามกับสัญญาณผ่อนคลายจาก ECB) ก็เป็นปัจจัยหนุนเงินดอลลาร์ฯ ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี เงินยูโรฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยในช่วงปลายสัปดาห์ ภายหลังจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าที่คาด (อาทิ ยอดค้าปลีกเดือนพ.ค.) กดดันให้เงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่าลง
เงินเยนแข็งค่าขึ้น โดยมีแรงหนุนในฐานะที่เป็นสกุลเงินปลอดภัย ภายหลังจากที่มีเหตุการณ์ตึงเครียดในอิรัก นอกจากนี้ การที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยังไม่พิจารณาผ่อนคลายนโยบายการเงินลงเพิ่มเติมอีก ก็นับเป็นปัจจัยบวกของเงินเยนด้วยเช่นกัน
ในวันศุกร์ (13 มิ.ย.) เงินยูโรอยู่ที่ 1.3560 เทียบกับ 1.3641 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า (6 มิ.ย.) ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 101.98 เทียบกับ 102.47 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า
ตลาดทุน
ตลาดหุ้นไทย
ดัชนี SET ปรับตัวลดลงจากแรงขายทำกำไรของนักลงทุน โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,456.02 จุด ลดลง 0.14% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 1.43% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 53,929.65 ล้านบาท โดยนักลงทุนรายย่อยและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติ และนักลงทุนสถาบันขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 494.37 จุด เพิ่มขึ้น 4.09% จากสัปดาห์ก่อน
ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงในวันจันทร์ โดยมีแรงขายในหุ้นกลุ่มพลังงาน จากความกังวลต่อแผนปรับโครงสร้างพลังงานของ คสช. ก่อนที่ดัชนีจะปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดของปีนี้ในวันอังคาร จากมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มธนาคารที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากมุมมองเศรษฐกิจที่ปรับดีขึ้น จากนั้นตลาดหุ้นปรับลดลงอีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์ จากแรงขายทำกำไร
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์หน้าระหว่างวันที่ 16-20 มิ.ย. 2557 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีอาจปรับตัวผันผวนต่อเนื่อง โดยต้องระวังแรงขายทำกำไร ขณะที่การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรม ดัชนีราคาผู้บริโภค รวมทั้ง ผลการประชุม FOMC ของเฟด ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,445 และ 1,425 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,470 และ 1,496 จุด ตามลำดับ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ดัชนี DJIA ปรับตัวลดลง หลังการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าผิดหวัง โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ดัชนี DJIA ปิดที่ 16,734.19 จุด ลดลง 1.12% จากสัปดาห์ก่อน ดัชนี DJIA ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงต้นสัปดาห์ โดยได้รับแรงหนุนจากข่าวการควบรวมกิจการ ก่อนที่จะร่วงลงในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์ หลังธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลก รวมทั้ง แรงกดดันจากการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯซึ่งออกมาอย่างน่าผิดหวัง อาทิเช่น ข้อมูลตลาดแรงงานรายสัปดาห์ และยอดค้าปลีก
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น
ดัชนี Nikkei ปรับเพิ่มขึ้น จากมุมมองเชิงบวกต่อแผนการปรับลดภาษีนิติบุคคล โดยเมื่อวันศุกร์ ดัชนี Nikkei ปิดที่ 15,097.84 จุด เพิ่มขึ้น 0.14% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเคลื่อนไหวในกรอบแคบในสัปดาห์นี้ โดยปรับเพิ่มขึ้นในวันจันทร์ จากแรงหนุนของการจ้างงานที่แข็งแกร่งในเดือน พ.ค.ของสหรัฐฯ แต่ปรับลดลงในวันอังคาร จากแรงขายทำกำไร จากนั้น ตลาดฟื้นตัวขึ้นในวันพุธ หลัง MSCI ยังคงตลาดหุ้นญี่ปุ่นในกลุ่มตลาดประเทศพัฒนา ในวันพฤหัสบดีตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับลดลงอีกครั้ง หลังธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลก แต่ตลาดหุ้นฟื้นตัวอีกครั้งในวันศุกร์ ตอบรับแผนการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล









