วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ซีพีเอฟโต้ข้อกล่าวหา'แรงงานทาส'

"ซีพีเอฟ"ออกแถลงการณ์โต้ข้อกล่าวสื่อดังอังกฤษ ที่ระบุว่าบริษัทมีส่วนสนับสนุนกระบวนการใช้แรงงานอย่างไม่เป็นธรรม

บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริง หลังหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน ของอังกฤษ รายงานข่าวข่าวเรื่องการใช้แรงงานต่างด้าวเยี่ยงทาสบนเรือประมงไทย และ มีการกล่าวพาดพิงถึงบริษัท ในฐานะผู้รับซื้อปลาป่นรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของไทย ว่ามีส่วนสนับสนุนกระบวนการใช้แรงงานอย่างไม่เป็นธรรม

แถลงการณ์ ระบุว่า ที่ผ่านมาซีพีเอฟได้ร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อวางมาตรการและปฏิบัติตามมาตรฐานรับรองการไม่ทำประมงผิดกฎหมาย (non-IUU certification scheme) ของกรมประมงเต็มรูปแบบ ทั้งยังได้เข้าร่วมกับภาครัฐ และสมาคมที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุน และ แสดงเจตนารมณ์ต่อการทำประมงอย่างถูกกฎหมายในประเทศไทยมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น การเข้าร่วมเป็นสมาชิก The International Fishmeal and Fish Oil Organization (IFFO) ในการสนับสนุนให้ผู้มีส่วนได้เสียทั้งหลายตระหนักต่อการจัดหาแหล่งผลิตวัตถุดิบปลาป่นที่ถูกต้อง ภายใต้กรอบข้อกำหนดของ IFFO ซึ่งผู้ผลิตปลาป่นและผู้ใช้จะต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดในเรื่องการตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งที่มาของวัตถุดิบได้ มีการบริหารจัดการโรงงานเป็นอย่างดีตามมาตรฐานที่กำหน

"เราตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดี เราเดินหน้านโยบายหลายด้าน โดยร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลง 8 สมาคมประมงเพื่อร่วมกันพัฒนาระบบการผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงไทย และสมาพันธ์ผู้ผลิตสินค้าประมงไทย เพื่อให้มั่นใจว่าตลอดห่วงโซ่การผลิตมีการใช้วัตถุดิบที่ถูกต้องตามกฎหมายทั้งในและต่างประเทศต่อต้านการใช้แรงงานผิดกฏหมาย โดยซีพีเอฟ พร้อมให้สนับสนุนการทำประมงอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน"

บริษัทให้รายละเอียดด้วยว่า ที่ผ่านมา ได้มีการจับมือกับ สมาพันธ์ผู้ผลิตสินค้าประมงไทย เพื่อประกาศจุดยืนต่อต้านและหยุดการใช้แรงงานผิดกฎหมาย แรงงานเด็ก แรงงานทาส และการค้ามนุษย์ฯ โดยมีการลงนามความร่วมมือนับตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ภายใต้วัตถุประสงค์หลัก 4 ประการ คือ ส่งเสริมให้ตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมดูแลสภาพการทำงานให้เกิดความเป็นธรรม ป้องกันไม่ให้มีการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ และปฎิบัติตามกฎหมายแรงงานทั้งของประเทศไทย และกฎหมายระหว่างประเทศ ร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านแรงงานเด็ก แรงงานบังคับ และการค้ามนุษย์ในอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าประมงไทย

นอกจากนี้ ยังมีการร่วมมือกับภาครัฐ และองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องด้านแรงงาน ในการต่อต้านไม่ให้มีการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ และการค้ามนุษย์ ในอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าประมงไทย รวมทั้งการบริหารจัดการด้านแรงงานต่างด้าวให้เป็นระเบียบถูกต้องตามกฎหมายทั้งของประเทศไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ

สุดท้ายคือ ร่วมกันจัดกิจกรรมต่างๆ ที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กต่างด้าวได้รับการศึกษา และเข้าเรียนในระบบการศึกษาไทย ซึ่งจะเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านแรงงานเด็กในอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าประมงไทย

ซีพีเอฟ ยังกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มธุรกิจซูเปอร์มาเก็ต "คาร์ฟูร์" ของฝรั่งเศส ตัดสินใจหยุดการซื้อสินค้าประเภทกุ้งจากบริษัทว่า การส่งออกโดยรวมไปยังซูเปอร์มาเก็ตดังกล่าวมีมูลค่าเพียง 130 ล้านบาทเท่านั้น หรือคิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.03% ของยอดขายรวมในปี 2556 และบริษัทยังคงเดินหน้าขยายตลาดในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

บริษัทยืนยันด้วยว่า บริษัทมีนโยบายชัดเจนในการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยจะเดินหน้าร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนในการจัดทำแผนปรับปรุงการทำประมง สำหรับอ่าวไทยและทะเลอันดามัน และจะมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับองค์กรระดับสากล อย่าง Sustainable Fisheries Partnership (SFP) และองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ) ซึ่งมีทั้งทักษะและความเชี่ยวชาญในการทำการศึกษา โดยอยู่ระหว่างการระดมทุน

คาร์ฟูร์รอความชัดเจน

ยักษ์ใหญ่ซูเปอร์มารเก็ตของฝรั่งเศส "คาร์ฟูร์" ระบุ ระงับซื้่อกุ้งจากซีพีเอฟ จนกว่าจะพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ ส่วน "เทสโก" เรียกร้องให้ปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานแก่แรงงานในอุตสาหกรรม

การเคลื่อนไหวของคาร์ฟูร์ และเทศโกมีขึ้นหลังหนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียน ของอังกฤษ มีการกล่าวหาบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ซื้อเนื้อปลาป่นจากบริษัทที่เป็นเจ้าของเรือประมงที่มีการใช้แรงงานทาส

คาร์ฟูร์ ได้ประณามสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปรากฏในรายงานข่าวอย่างรุนแรง โดยระบุว่า เพื่อเป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อน จึงตัดสินใจระงับซื้อผลิตภัณฑ์อาหารจากซีพีเอฟ ทั้งทางตรงและทางอ้อม จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง และจะแจ้งให้ทราบเพิ่มเติม

อย่างไรก็ดี บริษัทเผยด้วยว่า ในการตรวจสอบกระบวนการผลิตของซีพีเอฟ ครั้งล่าสุดเมื่อเดือนก.ค. 2556 ไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด โดยคาร์ฟูร์ เป็น 1 ใน 4 ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ ที่มีชื่อปรากฎอยู่ในรายงานข่าวของเดอะการ์เดียน ในฐานะผู้ซื้อกุ้งจากซีพีเอฟ ส่วนบริษัทอื่นๆ รวมถึง วอลมาร์ท เทสโก และ คอสท์โค ซึ่งทุกบริษัทต่างออกมาประนามถึงการกระทำที่เกิดขึ้นตามรายงานข่าว

ขณะที่ เทสโก ซึ่งมีฐานดำเนินงานอยู่ในอังกฤษ และเป็นเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของโลก ระบุว่า จะยังคงซื้อผลิตภัณฑ์อาหารของซีพีเอฟต่อไป แต่จะทำงานร่วมกับบริษัทของไทยในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานของแรงงานให้ดีขึ้น