แบงก์กรุงไทยปรับเพิ่มสำรองปกติรายเดือนจาก 500 ล้านบาทเป็น 700 ล้านบาท รับมือพอร์ตสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นและความไม่แน่นอนทาง
นายวรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยต่อตลาดหลักทรัพย์ว่า เพื่อให้ธนาคารมีเงินสำรองหนี้สูญ ที่เหมาะสมกับจำานวนเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้น ตั้งแต่ในไตรมาสที่ 2 ปี 2557 ธนาคารได้พิจารณากันเงินสำรองหนี้สูญเป็นรายเดือน (Normalized Provision) เพิ่มจากเดิมเดือนละ 500 ล้านบาท เป็น 700 ล้านบาท
ทั้งนี้ธนาคารมีนโยบายกันเงินสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญรายเดือน เดือนละ 500 ล้าน บาท ตั้งแต่งวดปี 2551 เป็นต้นมา ซึ่งมีเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ ณ งวดปี 2550 จำนวน 958,084 ล้านบาท แต่ในปัจจุบันธนาคารมีเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ ณ งวดสามเดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 2557 จำนวน 1,761,984 ล้านบาท
ทางด้านนางกิตติยา โตธนะเกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า การเพิ่มสำรองดังกล่าวเป็นนโยบายการตั้งสำรองปกติของธนาคาร ซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี 2551 แต่ในขณะนี้พอร์ตสินเชื่อของธนาคารเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจาก 9.58 แสนล้านบาทมาอยู่ที่ 1.76 ล้านล้านบาท นโยบายการตั้งสำรองในระดับเดิมอาจจะไม่เหมาะสม ธนาคารจึงปรับเพิ่มสำรองหนี้ปกติของธนาคารเป็น 700 ล้านบาทต่อเดือน
นอกจากนี้ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ทิศทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้แนวโน้มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ทั้งระบบมีการปรับเพิ่มขึ้นมาจนถึงไตรมาสแรกของปี เอ็นพีแอลของธนาคารก็ปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน ในขณะนี้จึงถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะปรับนโยบายการตั้งสำรองให้สูงขึ้นรับกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ส่วนการตั้งสำรองพิเศษของธนาคารจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการความเสี่ยงและเอ็นพีแอลในขณะนั้น
ทั้งนี้การตั้งสำรองเพิ่มดังกล่าวจะมีผลต่ออัตราส่วนสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) ของธนาคาร ให้ปรับเพิ่มขึ้นหรือไม่ในขณะนี้ ยังไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากต้องขึ้นอยู่กับเอ็นพีแอลในช่วงที่เหลือของปีนี้ด้วยว่า หากเอ็นพีแอลปรับเพิ่มขึ้นก็อาจจะทำให้สัดส่วนสำรองต่อหนี้เสียดังกล่าวไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก โดยในปัจจุบันธนาคารมีอัตราส่วนสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ 104%
“การตั้งสำรองนั้นเราตั้งไว้นานแล้ว ตั้งแต่พอร์ตสินเชื่อเรามีเพียง 9.58 แสนล้านบาท แต่ขณะนี้พอร์ตสินเชื่อของธนาคารใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนมาอยู่ที่ 1.76 ล้านล้านบาทแล้ว เราก็ควรจะตั้งสำรองปกติเพิ่มขึ้นด้วย ขณะเดียวกันแนวโน้มเอ็มพีแอลทั้งระบบก็มีทิศทางปรับเพิ่มขึ้น ตั้งแต่ปลายปีก่อนมาจนถึงไตรมาสแรกของปีนี้ เราก็ควรเตรียมการรับกับความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นด้วย เพราะเป็นธรรมดา เมื่อพอร์ตสินเชื่อเราใหญ่ขึ้นก็อาจจะต้องมีเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นตามไปด้วย” นางกิตติยากล่าว
นอกจากนี้ธนาคารกรุงไทยยังได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าในไตรมาส 2 ปี 2557 ธนาคารได้พิจารณาปรับปรุงการรับรู้ผลกำไรขาดทุน จากเดิมเปลี่ยนเป็นรับรู้ทันทีในกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น (ส่วนของเจ้าของ) เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีสากล









