"ไพรินทร์" ปัดข้อเสนอยุบกองทุนน้ำมัน ชี้ช่วยสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน
นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอยุบกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะบทบาทหลักขณะนี้คือลดผลกระทบจากความผันผวนด้านราคาน้ำมันและป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยในต่างประเทศที่ไม่มีกองทุนนี้ก็จะมีคลังสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ของตนเอง มีกลไกดูแล แต่ไทยไม่มีคลังนี้ ปัจจุบันสำรองน้ำมันร้อยละ 6 โดยเอกชน และหากจะเพิ่มความมั่นคงก็น่าจะมีการจัดตั้งกองทุนสำรองทางยุทธศาสตร์แทนกองทุนน้ำมันมาดูแลสร้างคลังและเพิ่มสำรองให้เหมาะสม เพราะหากเกิดปัญหาสงครามหรือภัยพิบัติใดๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการค้าน้ำมัน ประเทศจะได้ไม่ขาดแคลน ขณะเดียวกัน หากไทยยกเลิกกองทุนน้ำมัน ก็ต้องยกเลิกการอุดหนุนราคาแล้วปล่อยเป็นไปตามกลไกตลาดทั้งหมด
นายไพรินทร์ กล่างถึงข้อเสนอของกลุ่มเอ็นจีโอที่ให้ปรับโครงสร้างราคาโดยให้ภาคปิโตรเคมีไปใช้วัตถุดิบนำเข้าทดแทนการใช้ก๊าซธรรมชาติในประเทศ เพื่อลดภาระการอุดหนุนของราคานำเข้าแอลพีจี โดยกองทุนน้ำมันว่า เรื่องปิโตรเคมีเป็นไปตามยุทธศาสตร์ประเทศตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 6 ที่กำหนดให้การใช้ก๊าซในประเทศสนับสนุนแก่อุตสาหกรรมปิโตรเคมี เป็นอันดับแรก เพื่อสนับสนุนให้เกิดการลงทุนจนมีนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด มีการลงทุนอุตสาหกรรมต่อเนื่องสร้างมูลค่าเพิ่มมากมาย และราคาปิโตรเคมีก็เป็นราคาที่สนับสนุนให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องและเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมที่ใช้ เช่น รถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า
"สูตรราคาปิโตรเคมีเป็น “netback pricing” ซึ่งมาจากต้นทุนบวกส่วนแบ่งกำไรของปลายน้ำ เป็นราคาให้แข่งขันได้ทั้งระบบ หากให้ใช้ราคาแอลพีจีนำเข้าแล้วโรงงานต่อเนื่องได้รับผลกระทบ คนงานอาจจะต้องตกงานนับแสนคน" นายไพรินทร์ กล่าว
นายไพรินทร์ กล่าวด้วยว่า มีแนวคิดจะแยกธุรกิจน้ำมันไปเป็นบริษัทในเครือ เช่นเดียวกับการแยกบัญชีธุรกิจท่อก๊าซออกไป เพื่อความโปร่งใส จะได้เห็นชัดเจนว่าธุรกิจเช่นนี้เป็นอย่างไร หรืออาจจะสร้างแบรนด์ใหม่แทนการใช้ ปตท.ในธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน เพื่อไม่ให้ถูกโจมตีเรื่องการผูกขาด ทั้งที่ ปตท.มีมาร์เก็ตแชร์ ร้อยละ 39 เท่านั้น









