ธ.ก.ส.ห่วงราคาข้าวร่วง โจทย์ใหญ่คสช.ดูแลเกษตรกร คาดมีนโยบายดูแล แต่ไม่ใช่ประชานิยม ระบุชาวนาเริ่มปรับตัว หันเน้นคุณภาพ
ขณะกู้เงินจ่ายชาวนาไร้ปัญหา สถาบันการเงินแห่ปล่อยกู้ "ออมสิน" ชนะประมูลยกล็อต 5 หมื่นล้าน ดอกเบี้ยต่ำสุด 2.1792% ประมูลครั้งต่อไป 4 หมื่นล้าน 12 มิ.ย. นี้
นายลักษณ์ วจนานวัช กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ถือเป็นปัญหาที่สำคัญสำหรับชาวนาในระยะต่อไป และจะถือโจทย์ใหญ่สำหรับนโยบายในการดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลังจากที่ได้เข้ามาแก้ปัญหาการจ่ายหนี้ค้างชำระแก่ชาวนา ในโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลในปีการผลิต 2556/57 เรียบร้อยแล้ว
ขณะนี้เป็นช่วงการผลิตข้าวนาปรังฤดูกาลผลิต 2556/57 บางพื้นที่มีผลผลิตออกมาแล้ว ปรากฏว่า ราคาข้าวตกต่ำมาก ยกตัวอย่าง ในพื้นที่ จ.นนทบุรี ข้าวเปลือกความชื้นที่ 25% ราคาขาย 5.4-6 พันบาทต่อตัน ขณะที่ต้นทุนการปลูกข้าวอยู่ในระดับ 6-7 พันบาทต่อตัน ซึ่งชาวนาจะขายข้าวในราคาต่ำกว่าต้นทุน โดยประมาณการว่า ผลผลิตข้าวนาปรังจะอยู่ที่ 10 ล้านตันเศษ
สำหรับปัญหาของราคาข้าวที่ตกต่ำเกิดจากสาเหตุสำคัญ คือ ปริมาณข้าวที่ผลิตออกมามากช่วง 5 ฤดูกาลผลิตที่ผ่านมา กล่าวคือ มีผลผลิตข้าวเปลือกออกมา 55 ล้านตัน แปลงเป็นข้าวสารเหลือ 30 ล้านตัน ที่ผ่านมา มีการระบายข้าวออกจากสต็อกไป 50% เป็นเงิน 2 แสนล้านบาท ขณะนี้เหลือข้าวในสต็อกของรัฐบาล 14-16 ล้านตัน เป็นผลกระทบต่อราคาข้าวนาปรังในขณะนี้มาก
“การระบายข้าวที่รวดเร็วช่วงเดือนม.ค.-มี.ค.ที่ผ่านมา มีผลต่อราคาข้าวนาปรังในขณะนี้มาก และยังมีผลกระทบจากอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอากาศร้อน ทำให้ข้าวที่สีออกมาเปราะและป่น พอส่งไปโรงสี ก็กลายเป็นข้าวเกรดต่ำ”นายลักษณ์ กล่าว
คาดคสช.มีนโยบายดูแล แต่ไม่ใช่ประชานิยม
ในช่วงปลายปี จะมีผลผลิตข้าวนาปีในฤดูกาลผลิต 2557/58 ออกมาอีก 1 รอบ ประเมินว่า จะมีผลผลิตออกมาอีก 28 ล้านตัน ในจำนวนนี้เกษตรกรจะเก็บไว้ทำเมล็ดพันธุ์ และเก็บไว้สีเพื่อบริโภคเองรวม 8 ล้านตัน ทำให้มีผลผลิตเพื่อขายอยู่ 20 ล้านตัน จำนวนทั้งหมดนี้ ธ.ก.ส. ยังมีความกังวลเกี่ยวกับราคาข้าวที่อาจจะตกต่ำต่อเนื่องเช่นกัน
“ผลผลิตที่ออกมามาก จะมีผลให้ราคาข้าวตกต่ำ ถือเป็นโจทก์ที่สำคัญต่อการกำหนดนโยบายในการดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวของคสช.”
นายลักษณ์ เชื่อว่า คสช.จะมีนโยบายดูแลผู้ปลูกข้าว โดยรูปแบบการดูแล คงไม่ทำในลักษณะทำให้กลไกราคาข้าวบิดเบือน ไม่สร้างภาระหนี้ทางการคลังมากจนเกินไป และไม่ทำในลักษณะเป็นนโยบายประชานิยม
ทั้งนี้ กรณีที่กระทรวงพาณิชย์ ได้ปรับลดวงเงินในการส่งคืน ธ.ก.ส.จากการระบายข้าวจากปกติที่เฉลี่ยเดือนละ 8 พันล้านบาท ถึง 1 หมื่นล้านบาทต่อเดือน มาอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 6 พันล้านบาทต่อเดือน สะท้อนว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ลดระดับจำนวนข้าวในการระบาย ถือเป็นช่องทางหนึ่งที่จะช่วยให้ราคาข้าวกระเตื้องสูงขึ้นได้บ้าง
ชาวนาเริ่มปรับตัวรับกับราคาข้าวตกต่ำ
"เท่าที่ได้ลงพื้นที่หารือกับชาวนา พบว่า ชาวนาเริ่มปรับตัวรับกับราคาข้าวที่จะไม่สูงเหมือนกับราคา ที่ได้จากโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลชุดก่อน และกำลังปรับตัวสำหรับการผลิตข้าวไปสู่การผลิตข้าวคุณภาพที่ดีขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการตลาดที่แท้จริง และปรับตัวในการลดต้นทุนการผลิต ถือเป็นสัญญาณที่ดีของการผลิตข้าวไทย โดยมีประเด็นที่ชาวนาเรียกร้องให้ช่วยเหลือ คือ เรื่องของค่าเช่านา ที่ได้ปรับสูงขึ้นมากจากปกติ 2-3 เท่าในช่วง 5 ฤดูกาลผลิตที่ผ่านมา
นายลักษณ์ กล่าวถึงข้อเสนอของธ.ก.ส.ต่อคสช.ว่า ได้เสนอให้คสช.เข้ามาช่วยพิจารณาใน 3 เรื่องหลัก คือ 1.ขอให้อนุมัติเงินชดเชยดอกเบี้ยระยะเวลา 3 ปีให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยปี 2554 เป็นวงเงิน 6,239 ล้านบาท 2.อนุมัติโครงการประกันภัยนาข้าว และ 3.อนุมัติให้นำเงินปันผลมาเปลี่ยนเป็นทุนเรือนหุ้นให้แก่ธ.ก.ส. ซึ่งยังเหลือเงินที่กระทรวงการคลังจะเพิ่มทุนให้แก่ธ.ก.ส.อีกจำนวน 7 พันล้านบาท ซึ่งคาดว่า จะใช้เวลาประมาณ 3 ปี
พาณิชย์เปิดตลาดนัดข้าวเปลือก
นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่าการดูแลราคาข้าวเปลือกหลังไม่มีการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกต่อ แต่จะจัดงานตลาดนัดข้าวเปลือกใน 20 จังหวัด รวม 50 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการค้าข้าวและโรงสีข้าวมาซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาโดยตรง คาดว่า จะช่วยดึงราคาข้าวเปลือกให้สูงขึ้น จากเดิมราคาข้าวเปลือกได้ตกต่ำลงมาอยู่ที่ราคาตันละ 6,000-7,000 บาท
ส่วนมาตรการระยะยาวอยู่ระหว่างหารือร่วมกันของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หาแนวทางออกที่ชัดเจนต่อไป
ออมสินชนะประมูล-ดอกเบี้ยต่ำ 2.18%
ด้าน นางสาวจุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยผลการประมูลเงินกู้เพื่อใช้ในโครงการจำนำข้าววงเงิน 5 หมื่นล้านบาท ที่ได้เปิดประมูลเมื่อวานนี้ (3 มิ.ย.) ว่า ธนาคารออมสินเป็นผู้ชนะการประมูลเต็มวงเงินในอัตราดอกเบี้ย 2.1792%
ทั้งนี้ มีสถาบันการเงินเข้าร่วมประมูลทั้งหมด 12 ราย รวมเป็นวงเงิน 1.45 แสนล้านบาท สูงเกือบ 3 เท่าของวงเงินที่เปิดประมูลทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่า สถาบันการเงินมีความเชื่อมั่นและมีความต้องการที่จะช่วยเหลือชาวนา
ส่วนอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารออมสิน เสนอและชนะการประมูลนั้น ถือเป็นดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าดอกเบี้ย BIBOR ระยะ 6 เดือนที่อยู่ในระดับ 2.2792% และต่ำกว่าพันธบัตรรัฐบาลอายุเดียวกันที่ 3 ปี ขณะที่สถาบันการเงินทุกรายก็เสนออัตราดอกเบี้ยที่ใกล้เคียงกัน
"เท่าที่เคยประมูล Term Lone รุ่นอายุ 3 ปีมา ไม่เคยมีครั้งใดที่ดอกเบี้ยจะต่ำกว่าพันธบัตรรัฐบาล แสดงให้เห็นว่า สถาบันการเงินเชื่อมั่น และต้องการเข้าร่วมประมูลเพื่อช่วยเหลือชาวนา และรายงานผลการประมูลให้แก่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจคสช.รับทราบเรียบร้อยแล้ว
สบน.จะเริ่มเบิกเงินกู้งวดแรก 3 หมื่นล้านบาท ในวันที่ 6 มิ.ย. นี้ และส่วนที่เหลือ 2 หมื่นล้านบาท จะเบิกในวันที่ 13 มิ.ย. นี้ โดยเมื่อเบิกเงินดังกล่าวแล้ว สบน.จะดำเนินการโอนไปยังธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อให้ ธ.ก.ส.นำไปจ่ายคืนหนี้แก่ชาวนา และในระหว่างที่รอเงินกู้รอบนี้ หาก ธ.ก.ส.เขาจ่ายเงินได้เร็ว เขาก็มีเงินในการสำรองจ่ายไปก่อน ไม่มีปัญหา
เปิดประมูลล็อตใหม่ 4 หมื่นล้าน 12 มิ.ย.
นางสาวจุฬารัตน์ กล่าวอีกว่า การประมูลเงินล็อตต่อไป 4 หมื่นล้านบาท สบน.มีแผนที่จะส่งหนังสือชี้ชวนแผนการประมูลเงินกู้ภายในสัปดาห์นี้ และคาดจะมีการประมูลได้ในวันที่ 12 มิ.ย.นี้ โดยเงินกู้ดังกล่าวจะเป็นลักษณะ Term Lone อายุใกล้เคียงกับเงินกู้ล็อตแรก มีเงื่อนไขเดียวกัน คือ สามารถชำระหนี้ก่อนกำหนดได้
การประมูลเงินกู้ 4 หมื่นล้านบาทดังกล่าว จะนำไปใช้คืนธ.ก.ส.ที่ได้นำสภาพคล่องไปสำรองจ่ายหนี้จำนำข้าวแก่ชาวนาในช่วงที่ผ่านมา โดยจะหารือกับธ.ก.ส.ว่า ต้องการเบิกทั้งหมดในรอบเดียว หรือต้องการเบิกครั้งละ 2 หมื่นล้านบาท
"คสช.อนุมัติให้เรากู้ได้ 9.243 หมื่นล้านบาท แต่ขณะนี้ เรามีแผนในจำนวน 9 หมื่นล้านบาทก่อน โดยส่วนที่เหลืออีกประมาณ 2.43 พันล้านบาทนั้น เราจะรอให้การเก็บเกี่ยวข้าวของภาคใต้เรียบร้อยก่อน ซึ่งคาดว่าจะเก็บเกี่ยวได้ประมาณเดือนก.ค. นี้" นางสาวจุฬารัตน์ กล่าว
คณะรัฐมนตรีรัฐบาลที่ผ่านมา อนุมัติวงเงินการกู้เพื่อใช้ในโครงการจำนำข้าวปี 2556/57 ในวงเงิน 1.3 แสนล้านบาท แต่ในช่วงที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ส่งเงินคืนจากการระบายข้าวไปบ้างแล้ว ทำให้เหลือวงเงินที่ต้องการกู้จริง จำนวน 9.243 หมื่นล้านบาท









