วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Theme

ลุ้นดัชนีฯ สร้างสถิติสูงสุดใหม่

Highlight

ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ ปรับขึ้น หลังจาก DJIA S&P500 ทำสถิติปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และจีนรายงาน PMI mfg พ.ค. ดีกว่าคาด (50.8 Vs 50.4 และคาด 50.6) รอลุ้น ECB Meeting ผ่อนคลายการเงินรอบใหม่

ตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้ : USA: ISM mfg พ.ค. คาด 55.5 (Vs 54.9) EU: PMI mfg พ.ค. คาด 52.5 ไทย เงินเฟ้อ พ.ค. คาด 2.5%y-y 0.3%m-m

-วันทำการล่าสุด นักลงทุนต่างชาติขายต่อ -2.17 พันลบ. (ขายสะสม 9 วัน รวม -3.31 หมื่นลบ.) ส่วนนักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อ +495 ลบ. (ซื้อสะสม 14 วัน จาก 15 วันทำการ รวม +1.88 หมื่นลบ.)

+การเมือง คสช. ประชุมแผนงานสัปดาห์นี้ เร่งหน่วยงานรัฐเดินหน้า แก้ปัญหาเศรษฐกิจ

คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ สร้างจุดสูงสุดใหม่ของปีนี้ 1428/1439 จุด แนวรับ 1400/1396 จุด แรงหนุนยังเป็นการซื้อต่อเนื่องของนักลงทุนในประเทศ หลังความเชื่อมั่นเริ่มฟื้น และความคาดหวังต่อโครงการภาครัฐขนาดใหญ่

กลยุทธ์: แนะนำ Trading Buy กลุ่ม Laggard Play อาทิ รับเหมาฯ บ้านฯ นิคมฯ ท่องเที่ยว จากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวดีกว่าคาด อาทิ SPALI QH LH AOT CPALL TK MC AMATA HEMRAJ AOT กลุ่มหลักทรัพย์ ASP MBKET และหุ้นที่มีลุ้นติด SET 100 Index (MEGA MAKRO SIM)

หุ้นในกระแส:

• หุ้นโมเมนตัมบวก (ขึ้นเกิน 5.0%) ได้แก่ RASA CCP MDX CKP MACO THANI GUNKUL DEMCO TCMC VGI PAP TPOLY ERW หุ้นที่ลงกว่า 2.0% MBK HANA GRAMMY AH STEC BAFS DELTA PDI

• NVDR (หน่วย: ลบ.) สูงสุดด้านซื้อ ได้แก่ BH+841 PTT+537 PTTEP+527 PTTGC+165 ด้านขาย SCB-278 BBL-225 TUF-199 SCC-180 BGH-166 IVL-131 KBANK-127

• หลักทรัพย์ที่มี Short Sell สูงสุด (หน่วย:ล้านบาท) ได้แก่ ITD139 PTT 96 DTAC 75

Market Outlook

สถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของ DJIA, S&P500 จากเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีสัญญาณฟื้นตัวแบบ V shape recovery ตั้งแต่ 2Q57F เป็นต้นไป และจีน มีข่าวดีจาก PMI mfg พ.ค. ดีกว่าคาด (50.8 Vs เมย 50.4 จาก คำสั่งซื้อใหม่ เพิ่ม) และเริ่มส่งสัญญาณลด RRR เมื่อสุดสัปดาห์ รวมถึง ECB meeting ปลายสัปดาห์นี้ มีโอกาสสูงที่จะออกมาตรการ Negative Deposit rate เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นครั้งแรก รวมถึง UpwardRevision ต่อ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ (+กลุ่มรับเหมาฯ และวัสดุก่อสร้าง) และสัญญาณการเลือกตั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้นใน 12-15 เดือนข้างหน้า จะเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดหุ้นไทยสร้างสถิติสูงสุดใหม่ (เดิม1423 จุด) ส่วนความเสี่ยงคือ วิตกผลกระทบจาก ค่าเงินบาทอ่อนค่าเร็วเกินไปอาจกระทบต่อตลาดหุ้นระยะสั้น

กลยุทธ์: ระยะกลาง เราคงคำแนะนำระยะ 3-6 เดือน เลือกลงทุนกลุ่ม High Dividend Play (BTS INTUCH) และเลือกสะสมกลุ่มส่งออก อาหาร (CPF GFPT TUF) ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์ (HANA KCE) กลุ่มพาณิชย์ (CPALL) ส่วนรับเหมาฯ (ITD CK TTCL STEC) let profit run

สำหรับเดือน มิ.ย.: แนะนำลงทุน BTS INTUCH (Dividend Play) GFPT TTCL (Global play) SPALI SCC CPALL (การบริโภคการลงทุนในประเทศ) M MEGA OFM (SET50/SET 100 reshuffle)

June Statistic : สถิติย้อนหลัง 10 ปี (ปี 47-56) พบว่ามีโอกาส 60% ที่ ดัชนีฯ เดือน มิ.ย. ปิดปรับขึ้น ด้วยอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย +0.07%m-m Max +6.61% (ปี 52) Min -7.05% (ปี 56) ขณะที่เดือน ก.ค. ให้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ย +2.01%m-m ทั้งนี้ จากสถิติปี 49 หลังการทำรัฐประหาร 1 และ 2 เดือน พบว่า ดัชนีฯ ให้ผลตอบแทน +2.6% และ+3.4% ตามลำดับ

Fund Flow: สถิติเดือน มิ.ย. ย้อนหลัง 10 ปี (ปี 47-56) พบว่า นักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ขายสุทธิเฉลี่ย 10 ปีย้อนหลัง -7.26 พันลบ. ก่อนกลับมาซื้อสุทธิเดือน ก.ค. +7.12 พันลบ. Investment Theme: กลุ่มอิงนโยบายรัฐฯ เช่น รับเหมาฯ วัสดุฯ ฯลฯ กลุ่มอิงความเชื่อมั่นผู้บริโภค เช่น กลุ่มพาณิชย์ อาหาร ฯลฯ รวมถึงกลุ่มส่งออก (เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว+บาทอ่อน) ชิ้นส่วนอิเล็กฯ เกษตรส่งออก เป็นกลุ่มเด่นเดือนนี้

Event Plays:

1) SET50/100 Index reshuffle: หุ้นที่คาดว่าจะเข้าคำนวน SET50 ในรอบนี้ ได้แก่ M MAKRO และ SET100 ได้แก่ M MAKRO TVO BJCHI CKP EARTH SGP NOK NYT PSL MC MEGA OFM และ SIM โดยจากสถิติ หุ้นได้เข้าคำนวณดัชนี SET50 6 ครั้งหลังสุด (รอบ 2H54-1H57) ให้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ย +3.2% และ +2.7% ในช่วง 1 เดือน และ 2 สัปดาห์ก่อนวันประกาศรายชื่อ แต่กลับมาให้ผลตอบแทนติดลบ -1.4% ในช่วง 2 สัปดาห์หลังประกาศรายชื่อ โดยปกติจะประกาศรายชื่อช่วงกลางเดือน มิ.ย.

2) Window dressing จากสถิติ 8 ปีหลังสุด (49-56) ในไตรมาส 2 ดัชนี SET ให้ผลตอบแทนเป็น บวก +1.9% และ +0.9% ในช่วง 1 และ 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนสิ้นไตรมาส โดยกลุ่มที่ปรับขึ้นได้ดีได้แก่ กลุ่ม ธนาคาร (BBL KBANK BAY KTB SCB) กลุ่มสื่อสาร (JMART INTUCH ADVANC SIM THCOM) วัสดุ ก่อสร้าง (RCI GEL TCMC SCCC SCC) และอิเล็กทรอนิกส์ (TEAM DRACO DELTA EIC CCET)