วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธปท.ขาดทุนสุทธิ1.29แสนล.

"แบงก์ชาติ"” เผย ผลดำเนินงานปี 2556 มียอดขาดทุนสุทธิรวม 1.29 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.7% ชี้ผลจากรายได้ดอกเบี้ยลดลง 7 พันล้านบาท

รายงานข่าวจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้รายงานงบกำไรขาดทุน งวดปี 2556 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2556 โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 129,477 ล้านบาท เป็นการขาดทุนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีผลขาดทุนสุทธิจำนวน 108,999 ล้านบาท หรือขาดทุนเพิ่มขึ้นจำนวน 20,477 ล้านบาท คิดเป็นการขาดทุนเพิ่มขึ้น 18.78%

สำหรับรายได้ พบว่า ในงวดปี 2556 ธปท. มีรายได้รวม 52,529 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 70,427 ล้านบาท หรือลดลงจำนวน 17,898 ล้านบาท คิดเป็นการลดลง 25.41%

สาเหตุการลดลงของรายได้ เป็นผลจากดอกเบี้ยรับในงวดปี 2556 ลดลงจำนวน 7,063 ล้านบาท โดยลดลงจาก 43,686 ล้านบาท ในงวดปี 2555 เหลือเพียง 36,622 ล้านบาท หรือคิดเป็นการลดลง 16.16% ขณะที่รายได้อื่นลดลงจำนวน 10,846 ล้านบาท หรือลดลงจากระดับ 26,055 ล้านบาท ในสิ้นปี 2555 มาอยู่ที่ 15,209 ล้านบาท ในสิ้นปี 2556 หรือคิดเป็นการลดลง 41.6%

อย่างไรก็ตาม ในปี 2556 ธปท.มีรายได้จากค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นประมาณ 11.6 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากระดับ 685.39 ล้านบาท ในสิ้นปี 2555 มาอยู่ที่ 697.02 ล้านบาท ในสิ้นปี 2556 หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้นประมาณ 1.69%

ส่วนค่าใช้จ่าย พบว่า ณ สิ้นปี 2556 ธปท.มีค่าใช้จ่ายรวม 182,006 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 179,427 ล้านบาท คิดเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น 2,579 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 1.43%

สำหรับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น สาเหตุหลักมาจากการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสุทธิ โดยในปี 2556 ธปท.มีผลขาดทุนในส่วนดังกล่าวรวม 42,484 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนอยู่ที่ 29,049 ล้านบาท หรือมีผลขาดทุนเพิ่มขึ้นจำนวน 13,432 ล้านบาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 46.23% ขณะเดียวกัน ธปท. ยังมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานในปี 2556 ที่เพิ่มขึ้นอีก 92.2 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจาก 3,719 ล้านบาท ในปี 2555 มาอยู่ที่ 3,811 ล้านบาท ในปี 2556 หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 2.48%

อย่างไรก็ตาม ธปท. มีค่าใช้จ่ายในส่วนของดอกเบี้ยจ่าย ณ งวดปี 2556 ลดลงจำนวน 10,678 ล้านบาท หรือลดลงจากระดับ 143,818 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2555 มาอยู่ที่ 133,140 ล้านบาท ในสิ้นปี 2556 หรือคิดเป็นการลดลง 7.42% ขณะที่ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในปี 2556 ลดลงจำนวน 269.75 ล้านบาท โดยลดลงจากระดับ 2,839 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2555 มาอยู่ที่ 2,569 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2556 หรือคิดเป็นการลดลง 9.5%

รายงานข่าวระบุด้วยว่า แม้ในงบกำไรขาดทุน ณ สิ้นปี 2556 ของ ธปท. จะมีผลขาดทุนสุทธิ 129,477 ล้านบาท แต่ถ้าดูในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ ณ สิ้นปี 2556 พบว่า ธปท. ยังคงมีกำไรเบ็ดเสร็จรวม 104,390 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนเบ็ดเสร็จอยู่ที่ 207,854 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 312,244 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 150.2%

สาเหตุหลักที่ทำให้งบกำไรเบ็ดเสร็จของ ธปท. ณ สิ้นปี 2556 มีกำไรเบ็ดเสร็จรวมถึง 104,867 ล้านบาท มาจากการตีราคาสินทรัพย์และหนี้สินที่ถืออยู่ในรูปเงินสำรองระหว่างประเทศพลิกกับมาเป็นบวกจำนวน 234,148 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เป็นผลขาดทุนจำนวน 98,511 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 332,660 ล้านบาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 337.68%

นายชาญชัย บุญฤทธิ์ไชยศรี เลขานุการคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ธปท. วานนี้ (28 พ.ค.) คณะกรรมการมีมติเห็นชอบให้ย้ายและแต่งตั้งรองผู้ว่าการ ธปท. โดยให้ นางทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการด้านบริหาร เป็นรองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน แทน นายเกริก วณิกกุล ที่จะเกษียณอายุในสิ้นเดือนก.ย. นี้ ขณะเดียวกันได้แต่งตั้ง นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ขึ้นเป็น รองผู้ว่าการด้านบริหาร แทน นางทองอุไร โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2557

'เอสเอ็มอีแบงก์'ยืดเวลารับสมัครเอ็มดี

รายงานข่าวจาก ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า ตามที่ธนาคารได้ปิดรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการธนาคาร ในวันที่ 27 พ.ค.2557 นั้น บัดนี้ คณะกรรมการธนาคารให้ขยายระยะเวลาเปิดรับสมัครต่อไป จนถึงวันที่ 17 มิ.ย.2557 ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดต่อขอรับใบสมัครได้ที่ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ของธนาคาร

สำหรับ คุณสมบัติผู้สมัครกรรมการผู้จัดการธนาคารเหมือนเดิม คือ ต้องมีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม โดยผู้สมัครต้องมีสัญชาติไทย และอายุระหว่าง 40-58 ปีบริบูรณ์ในวันยื่นใบสมัคร สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ที่สำนักงาน ก.พ.ให้การรับรอง มีความรู้หรือความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการธนาคาร เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม หรือกฎหมาย โดยมีระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งรวมกันไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันยื่นใบสมัคร อย่างน้อยอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

กรณีที่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการ ต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอำนวยการระดับสูง กรณีที่เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐ ต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้ช่วยผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงาน หรือกรณีที่เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารหน่วยงานภาคเอกชน ต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานที่มีรายได้ ไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี และมีพนักงานไม่น้อยกว่า 1,000 คน หรือกรณีที่เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารสถาบันการเงิน ต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานที่มีสินทรัพย์ไม่น้อยกว่า 50,000 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ ยังรวมถึงไม่เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการของธนาคารพาณิชย์ หรือสถาบันการเงินอื่นที่ได้กระทำ หรือมีส่วนในการกระทำ อันเป็นเหตุให้ธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินนั้นถูกเพิกถอนใบอนุญาต และเป็นผู้มีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ ฟัง พูด อ่าน เขียน และติดต่อสื่อสารได้