วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยช่วยไทย-เก็งกำไรเพิ่ม

เน้นซื้อเก็งกำไรที่แนวรับ 1370/1380จุด

Market Outlook

คาดดัชนีฯ ปรับสูงขึ้น แนวต้าน 1405/1416 จุด หลังมีพัฒนการการเมืองเกี่ยวกับแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจ คงคำแนะนำ เก็งกำไรเมื่อดัชนีฯ อ่อนตัว โดยเฉพาะบริเวณแนวรับ 1370จุด กลุ่มอิงการส่งออก (ค่าเงินบาทอ่อนค่า) อาหาร และค้าปลีก (KCE HANA DELTA TUF CPF GFPT CPALL) เก็งกำไร AOT

คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ ปรับสูงขึ้น แนวต้านแรก 1423 จุด (แนวต้านย่อย 1405/1416 จุด) ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1375 จุด แรงซื้อของนักลงทุนในประเทศที่มีมุมมองเชิงบวกหลังเกิดรัฐประหาร ยังคงเป็นปัจจัยสนุนตลาดและคาดว่ามีแรงซื้อเพิ่ม โดยปัจจัยบวกระยะสั้นคือ การมีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง ผบ.ทบ. เป็นหัวหน้าคสช. (เวลา 10:49 น.วันนี้) และการประกาศโรดแมพ 3 ช่วงสู่เลือกตั้ง โดยมีมาตรการเร่งด่วนคือ มาตรการเร่งจ่ายหนี้ชาวนา 8 แสนราย กว่า 9.2 หมื่นลบ. (กู้จากสถาบันการเงินในประเทศ 5 หมื่นลบ. กู้ จากสภาพคล่องจาก ธกส. 4 หมื่นลบ.) แผนการจัดทำงบประมาณปี 58(คาดทันใช้เดือน ต.ค. ปีนี้) แผนสนับสนุนปริมาณนักท่องเที่ยว (เสนอยกเลิกเคอร์ฟิว แหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ) ฯลฯ แต่อาจมี Negative Sentiment จากแรงซื้อต่างชาติยังคงไม่เกิดขึ้น อิงแนวโน้มการเลือกตั้งใหม่อาจจะกินระยะเวลานานกว่าครั้งก่อน (15 เดือน) เราคงคำแนะนำเลือกลงทุนกลุ่ม High Dividend Play (BTS INTUCH) และเลือกสะสมกลุ่มส่งออก อาหาร (CPF GFPT TUF) ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์ (HANA KCE) กลุ่มพาณิชย์ (CPALL) เก็งกำไรกลุ่มอิงการบริโภคและนโยบายรัฐ KBANK SCB SPALI STEC และหุ้นท่องเที่ยวที่ดิ่งลงแรง AOT ที่แนวรับ 1375/1350 จุด

การเมืองในประเทศ - ตลาดจะจับตาพัฒนาการทางการเมือง หลังการทำรัฐประหารไปเมื่อเย็นวันพฤหัสทีผ่านมา ประเด็นด้านบวก คือ การคาดหวังว่า คณะรัฐประหารจะประกาศจัดตั้งรัฐบาลใหม่เร็วๆ นี้ (เป็นไปได้ว่าอาจมีการจัดตั้งภายใน 2-3 สัปดาห์) ผู้นำปฏิวัติอาจแต่งตั้งผู้นำทางทหารคนใดคนหนึ่ง หรือผู้ที่มีความใกล้ชิดกันมาเป็นผู้นำรัฐบาลรักษาการ ส่วนการเลือกตั้งครั้งใหม่คาดว่าจะไม่เกิดขึ้นในช่วง 12 เดือนข้างหน้าอิงนโยบายของคณะรัฐประหาร จะเน้นรักษาความสงบเรียบร้อยและปรับสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุด หลังจากนั้นจึงจะเน้นปฏิรูปการเมือง และนโยบายด้านเศรษฐกิจตามลำดับ (Vs ครั้งก่อนใช้เวลา 2 ไตรมาสในการฟื้นฟูประเทศ ผ่านการใช้จ่ายภาครัฐฯ)

ปัจจัยต่างประเทศ - อาจมีประเด็นลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงจากรายงาน 1Q57F GDP ครั้งที่ 2 ของสหรัฐฯ (ประกาศ พฤหัสฯ นี้) คาดเติบโต -0.6%q-q (Vs ครั้งแรก +0.1%q-q) อย่างไรก็ดี เราคาดว่า ข่าวร้ายจะเป็นเพียงชั่วคราว เนื่องจากตลาดคาดว่าในช่วง 2Q-4Q57 GDP สหรัฐฯ จะเติบโตเฉลี่ย 3% ส่งผลทั้งปีนี้คาดเติบโต 2.4% (Vs คาดเดิม 2.8%) ในทางตรงกันข้าม จะเป็นผลบวกจากโอกาสที่ เฟดจะเร่งปรับขึ้น ดอกเบี้ยฯ นโยบาย จะไม่เกิดขึ้นในปีนี้ (+ พันธบัตร และหุ้นปันผลดี)