แนวโน้ม 2Q57 แข็งแกร่งจาก Demand ใช้ไฟฟ้าสูงสุดของปี
กำไร 2Q57 ของ GLOW จะโดดเด่นที่สุด
ใน 2Q57 ถือเป็นช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงที่สุดของปี โดยความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดมักจะเกิดขึ้นในเดือน เม.ย. – พ.ค. เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น ปัจจัยดังกล่าวจะทำให้ผลประกอบการของกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าจะยังแข็งแกร่งทรงตัวจาก 1Q57 ที่ผ่านมา โดยเราประเมินว่า GLOW จะเป็นบริษัทที่เติบโต QoQ โดดเด่นสุดเนื่องจาก (1) การปรับเพิ่มค่า Ft อีก 0.1 บาทต่อหน่วย ในรอบการผลิตไฟฟ้าระหว่าง พ.ค. – ส.ค. 2557 และ (2) กำลังผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากโรงไฟฟ้า GHECO-One จะกลับมาเดินเครื่องเต็มกำลังผลิต หลัง 1Q57 บริษัทมีแผนหยุดซ่อมโรงไฟฟ้าดังกล่าวไป 2 สัปดาห์ในเดือน ม.ค. 57
กำไรจากกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ต้องรอไปถึงปี 2558
จากแผนพัฒนาธุรกิจพลังงานฉบับใหม่ที่ล่าช้า ทำให้กลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ (IPP) มองหาการลงทุนในต่างประเทศเช่น ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และลาวที่ยังศักยภาพในการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำสูงมาก ด้านการขยายกำลังผลิตไฟฟ้าในประเทศในช่วง 1 – 2 ปีนี้ ยังคงกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) และการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทางเลือก (Renewable) ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ขณะที่โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (IPP) ที่จะเริ่มผลิตไฟฟ้า ต้องรอไปถึงกลางปีหน้าเป็นต้นไป ซึ่งจะมี 2 โครงการ ทยอยเริ่มผลิตไฟฟ้าได้แก่ (1) โครงการหงสา (RATCH 40%) ตามแผนจะเริ่มผลิตหน่วยที่ 1 (626 เมกะวัตต์) ตั้งแต่ มิ.ย. 2558 และหน่วยที่ 2 และ 3 เริ่มผลิต พ.ย. 2558 และ มี.ค. 2559 ตามลำดับ และ (2) โครงการขนอม หน่วยที่ 4 ทดแทนกำลังผลิตเดิมที่หมดสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (EGCO 100%)
EGCO เด่นสุดในกลุ่มผลิตไฟฟ้า
แม้ว่า EGCO จะไม่ใช่หุ้นที่ดีที่สุดในแง่ของการเติบโตของผลประกอบการในระยะสั้น แต่ตามแผนการขยายกำลังผลิต EGCO จะมีกำลังผลิตเพิ่มเฉลี่ย 4.5% ต่อปี (ปี 2557 – 2563) และเป็นบริษัทที่มีการเติบโตของกำลังผลิตมากสุดในกลุ่มผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ นอกจากนี้ EGCO ยังมี Upside จากการขยายกำลังผลิตในโรงไฟฟ้าเคซอน รวมทั้งอยู่ระหว่างการยื่นขอขยายสัญญาขายไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าระยอง ทั้งแบบการขยายสัญญาเดิมออกไปอีก 5 ปี หรือการได้สัญญาใหม่เหมือนโรงไฟฟ้าขนอม ซึ่งทั้งสองกรณีเรายังไม่ได้รวมอยู่ในประมาณการของเรา โดยข้อมูลล่าสุดที่เราได้รับจากการประชุมนักวิเคราะห์ล่าสุด คาดว่าทั้ง 2 กรณีนี้จะสรุปภายในปี 2557
EGCO ยัง Laggard
ที่ผ่านมา EGCO ถือว่าเป็นหุ้นที่ราคายังคง Laggard หุ้นอื่นในกลุ่มพลังงาน โดยปัจจุบันซื้อขายที่ P/BV เพียงระดับ 0.95 เท่า ทั้งนี้ในภาวะที่ตลาดผันผวนหุ้นไฟฟ้าถือเป็น Defensive Stock โดย EGCO ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ยประมาณ 4.5% ต่อปี สูงที่สุดในกลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้า (อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ยของกลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้าในปี 2557 อยู่ที่ 3.3%) ขณะที่ราคา EGCO ยังคงมี Upside จากราคาเหมาะสมราว 14% ทำให้เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” ขณะที่การปรับเพิ่มของราคาหุ้น RATCH และ GLOW ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ปัจจุบัน Upside ค่อนข้างจำกัด เราจึงปรับคำแนะนำมาเป็น “ถือ” จากเดิม “ซื้อ” โดยหุ้นให้ผลตอบแทนรวม (Upside Gain และ Dividend Yield) ที่มากกว่า 10%








