ปัญหาการเมืองลากยาวกระทบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวชะลอตัว ผู้ประกอบการจำเป็นต้อง "รัดเข็มขัด" หนึ่งในวิธีที่นำมาใช้คือการลดต้นทุนด้านบุคลากร
พรทิพย์ หิรัญเกตุ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า ผลกระทบจากการเมืองยืดเยื้อทั้งเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซันด้านการท่องเที่ยวของไทย ทำให้ภาคแรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยเฉพาะ "โรงแรม" เริ่มประหยัดต้นทุนด้านแรงงานมากขึ้น โดยส่วนใหญ่คงอัตราจ้างเดิม พร้อม "งดรับพนักงานใหม่"
คาดว่ากลุ่มนักเรียนสาขาท่องเที่ยวจบใหม่เฉลี่ย 5 หมื่นคนต่อปี มีโอกาสได้งานทำในช่วงปีนี้ "ลดลง" ซึ่งความต้องการตำแหน่งงานใหม่อาจฟื้นตัวปีหน้าเป็นต้นไป หลังสถานการณ์การเมืองคลี่คลาย
“เด็กจบใหม่ในสาขาท่องเที่ยวจะมีปัญหามาก เพราะโรงแรมส่วนใหญ่หยุดจ้างงาน มีโอกาสบ้างเฉพาะโรงแรมเปิดใหม่ ส่วนพนักงานเดิม แม้ไม่ปลดจากตำแหน่ง แต่เริ่มเสนอให้ใช้วันหยุดพักร้อน หรืออนุญาตให้ลางานแบบไม่จ่ายเงินเดือน (Leave without pay) ชั่วคราว”
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ความต้องการแรงงานด้านท่องเที่ยวเปลี่ยนไป จากปีที่ผ่านมา ตลาดต่างประเทศขยายตัวสูง 19.08% ทำให้มีความต้องการแรงงานกว่า 3 ล้านคน แต่ยังขาดแคลนถึง 10% หรือราว 3 แสนคน ในปีนี้ปริมาณแรงงานกลับเกินความต้องการของตลาด
"ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์การเมืองหากเลวร้ายลงกว่านี้โอกาสการฟื้นตัวของธุรกิจท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซันปลายปีจะยุติลงทันที ซึ่งปัจจุบันตลาดเอเชียหลายแห่ง อาทิ ญี่ปุ่น และ จีน เริ่มเลี่ยงการเสนอขายประเทศไทยในโปรแกรมนำเที่ยวแล้ว"
สุกัญญา จันทร์ชู ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมดุสิตธานี กล่าวว่า ช่วงนี้เริ่มเข้าสู่โลว์ซีซัน โดยอัตราเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมทั่วกรุงเทพฯ อยู่ที่ 55% แต่บางวันอาจลดต่ำกว่านั้น เป็นผลจากปัญหาการเมืองและการแข่งขันจากอุปทานห้องพักที่ล้นตลาดอยู่มาก
ทั้งนี้ โรงแรมดุสิตธานี มีพนักงาน 650 คน จะตรึงอัตราจ้างดังกล่าว ไม่มีการปลดพนักงาน และรับพนักงานใหม่น้อยที่สุด หากมีพนักงานลาออกจะไม่รับใหม่ ยกเว้นตำแหน่งที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะด้าน และพนักงานที่เกี่ยวกับการฝึกอบรม เพราะถือเป็นส่วนพัฒนาสายอาชีพให้กับพนักงานได้เรียนรู้ทักษะในหลายๆ ด้าน และเตรียมความพร้อมของบุคลากรรองรับได้ทันท่วงทีเมื่อตลาดฟื้นตัว
“ช่วงโลว์ซีซัน ความต้องการพนักงานลดลงเป็นปกติ ประกอบกับห้องอาหารบางส่วนมีการปิดเพื่อปรับปรุง จึงสามารถเคลื่อนย้ายพนักงานหมุนเวียนไปเสริมส่วนอื่นแทน ในช่วงเวลานี้พนักงานที่มีอยู่แทบไม่มีการลาออกหรือเปลี่ยนย้ายโรงแรม เพราะสถานการณ์ปัจจุบันค่อนข้างลำบากในการได้งานใหม่ เพราะทุกโรงแรมประสบปัญหาการเมืองลากยาว จะเห็นการหมุนเวียนพนักงานระหว่างโรงแรมอีกครั้งเมื่อท่องเที่ยวเริ่มดีขึ้นและเข้าสู่ช่วงไฮซีซัน”
สำหรับสถานการณ์ของโรงแรมหลังประกาศใช้กฎอัยการศึก ยังไม่เห็นผลกระทบที่ชัดเจน มีลูกค้าต่างชาติบางกลุ่มที่ยกเลิกทันที คาดต้องใช้เวลา 2 สัปดาห์ประเมินสถานการณ์ ขณะที่ลูกค้าคนไทยไม่มีความอ่อนไหวต่อประกาศดังกล่าว งานประชุมสัมมนา อีเวนท์ งานแต่งงาน ยังคงจัดงานตามปกติ
ละเอียด บุ้งสีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) ภาคเหนือ กล่าวว่า โรงแรมภาคเหนือหันมาใช้วิธีพัฒนาทักษะพนักงานแต่ละคนสามารถรับผิดชอบหน้าที่หลากหลายแทนการรับพนักงานใหม่
"ผลกระทบอยู่ที่นักศึกษาจบใหม่ในมหาวิทยาลัยแถบภาคเหนือ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตบุคลากรหลักให้กับโรงแรมในเชียงใหม่"
ด้านการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รายงานความเคลื่อนไหวของประเทศต่างๆ ที่ออกคำเตือนประชากรที่จะเดินทางมาเที่ยวไทยยังมีจำนวน 50 ประเทศเช่นเดิม โดยฟิลิปปินส์ ยกระดับการเตือนจากระดับ 1 เป็น 2 กล่าวคือให้จำกัดการเดินทาง งดไปบริเวณที่มีการชุมนุม และพร้อมอพยพหากมีความจำเป็น นอกจากนี้ยังมีประเทศที่รายงานสถานการณ์ในไทยให้ประชากรตนเองได้รับทราบเพิ่มจาก 11 ประเทศเป็น 35 ประเทศ









