วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

HANA - ขาย

กำไรสุทธิ 1Q57 ดีจากรายการพิเศษ

มีกำไรสุทธิ 1,590 ล้านบาท

HANA รายงานกำไรสุทธิ 1Q57 ที่ 1,590 ล้านบาท เพิ่มขึ้นโดดเด่น YoY และ QoQ เนื่องจากบริษัทรับรู้เงินประกันธุรกิจหยุดชะงัก (ก่อนหักภาษี) มูลค่ารวม 1,350 ล้านบาท (หักภาษี 15% จะมีมูลค่าสุทธิ 1,147 ล้านบาท) และกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 74 ล้านบาท หากไม่รวมรายการเหล่านี้ ผลการดำเนินงานจากธุรกิจปกติมีกำไร 369 ล้านบาท ลดลง 10% QoQ แต่ฟื้นตัวแรง 411% จากฐานต่ำใน 1Q56 อย่างไรก็ตามกำไรปกติลดลง QoQ เป็นไปตามยอดขาย ขณะที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มจากการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานเกษียณอายุ

ธุรกิจปกติเติบโตจากสินค้า PCBA

ใน 1Q57 ผลการดำเนินงานจากธุรกิจปกติ HANA มียอดขาย 143 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 19% YoY แต่ลดลง 7% QoQ ตามผลฤดูกาล ทั้งนี้เงินบาทต่ออลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าส่งผลบวกต่อยอดขายสกุลเงินบาทและ Gross margin ของบริษัท โดยยอดขายเพิ่มขึ้นมาจากสินค้ากลุ่ม PCBA ซึ่งมี margin ต่ำกว่าสินค้ากลุ่ม IC แต่บริษัทรักษา Gross margin ได้ที่ 12.4% ใกล้เคียง 4Q56 ทั้งนี้ผลการดำเนินงานจากธุรกิจปกติ 1Q57 มีกำไรคิดเป็น 21% ของทั้งปี เราคงประมาณการปีนี้คาดกำไร 1,729 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% YoY

ครึ่งปีหลังจะมีผลกระทบค่าเสื่อมเพิ่มจากโรงงานลำพูน 2

ในปีนี้ HANA ตั้งงบลงทุนเพิ่มเป็น 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รองรับการปรับปรุงสายการผลิต, ขยายโรงงานลำพูนแห่งที่ 2 และฐานการผลิตใหม่ในกัมพูชา ตามแผนของบริษัทฐานการผลิตในกัมพูชาจะแล้วเสร็จใน 3Q58 ซึ่งเรายังไม่รวมในประมาณการ ส่วนโรงงานลำพูนแห่งที่ 2 จะเริ่มผลิต 2H57 เรารวมในประมาณการปีนี้แล้ว อย่างไรก็ตามเรามองว่าปริมาณการผลิตระยะแรกที่ยังไม่มาก ทำให้ HANA จะมีผลกระทบค่าเสื่อมเพิ่มราว 30 ล้านบาทต่อไตรมาส ซึ่งจะกดดันผลการดำเนินงาน 2H57 เป็นต้นไป

ราคาหุ้นปรับขึ้นเกินกว่าปัจจัยพื้นฐานปกติ

เรามองว่าราคาหุ้น HANA ที่ปรับขึ้นดีกว่ากลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ตอบรับปัจจัยบวกจากเงินประกันฯ ก้อนใหญ่ (คิดเป็นมูลค่าต่อหุ้นราว 1.24 บาท) และคาดหวังต่อการจ่ายเงินปันผลที่สูงกว่าปกติมากกว่าผลการดำเนินงานตามปัจจัยพื้นฐานปกติ ทำให้ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขาย PE ปี 2557 ที่ 15.9 เท่า แพงกว่าค่าเฉลี่ย PE ในอดีตไม่เกิน 12 เท่า ขณะที่โครงสร้างธุรกิจไม่ต่างจากเดิม นอกจากนี้ความต้องการใช้เงินที่เพิ่มขึ้นของบริษัท ทำให้เราคาดว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลที่ไม่สูงกว่าปกติมากนัก ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวลงจากปัจจุบันที่มี Downside จากมูลค่าเหมาะสมของเราและตลาด จึงปรับคำแนะนำเป็น “ขาย” (จากเดิม “ถือ”)