ผลประกอบการ 1Q57 ดีกว่าคาด
รายงานกำไรสุทธิ 1Q57 ที่ 399 ล้านบาท
THCOM รายงานผลประกอบการ 1Q57 มีกำไรสุทธิ 399 ล้านบาท หากไม่รวมผลของอัตราแลกเปลี่ยนรายไตรมาสและรายการพิเศษใน 1Q56 และ 4Q56 ผลการดำเนินงานจากธุรกิจปกติมีกำไร 345 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% YoY แต่ลดลง 2% QoQ โดยกำไรลดลง QoQ เนื่องจากธุรกิจดาวเทียม Conventional (ไทยคม 5+6) มีต้นทุนซ้อนจากค่าเช่าดาวเทียมชั่วคราวและเริ่มตัด ค่าเสื่อมราคาดาวเทียมไทยคม 6 ประกอบกับธุรกิจบริการสื่อ (DTV) มีผลกระทบต้นทุนขายเพิ่มจากสินค้าคงเหลือล้าสมัย ทำให้ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้นกว่ารายได้ ฉุด Gross margin เหลือ 37.2% นอกจากนี้ค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง QoQ จากค่าใช้จ่ายใน 4Q56 มีฐานสูงกว่าปกติจากโบนัสพนักงาน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายต่อรายได้มีสัดส่วนลดลงเหลือ 18.4%
EBITDA ดีกว่าคาด 5%
ใน 1Q57 THCOM มีรายได้รวม 2,374 ล้านบาท เพิ่มต่อเนื่อง 34% YoY และ 4% QoQ ดีกว่าเราคาด 3% โดยธุรกิจดาวเทียมมีรายได้เพิ่มขึ้น 36% YoY สูงกว่ารายได้รวมและมีสัดส่วนรายได้เป็น 89% เนื่องจากรายได้ดาวเทียมไทยคม 5+6 และดาวเทียม IPSTAR มีรายได้บริการช่องสัญญาณ (Bandwidth) เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีต้นทุนซ้ำซ้อนของดาวเทียมไทยคม 6 กระทบ Gross margin ดาวเทียม Conventional ลดลงเหลือ 38% ส่วนดาวเทียม IPSTAR และธุรกิจโทรศัพท์ในลาวมี Gross margin ดีขึ้นเป็น 36.8% และ 45.1% ตามลำดับ นอกจากนี้ผลบวกค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นน้อยกว่ารายได้ ทำให้ EBITDA เพิ่มขึ้น 25% YoY และ 15% QoQ และมี EBITDA margin 43.6%
แนวโน้ม 2Q57 ธุรกิจดาวเทียมจะดีขึ้น
ผลการดำเนินงานจากธุรกิจปกติ 1Q57 คิดเป็น 22% ของประมาณการทั้งปี เราคาดว่าใน 2Q57 ธุรกิจปกติของ THCOM จะดีต่อเนื่องจาก 1Q57 เนื่องจากรายได้ดาวเทียมไทยคม 6 เพิ่มขึ้นตามอัตราการให้บริการเป็น 60% จาก 40% ใน 1Q57 และต้นทุนดาวเทียมไทยคม 6 ลดลงสู่ปกติหลังไม่มีค่าเช่าดาวเทียมชั่วคราว ทำให้ Gross margin รวมดีขึ้น QoQ ตามการฟื้นตัวของ Gross margin ธุรกิจดาวเทียม
กลับมามี Upside น่าสนใจ
แม้ผลการดำเนินงานปีนี้ของ THCOM จะไม่ตื่นเต้น แต่ราคาหุ้น THCOM ปัจจุบันกลับมามี Upside 11% จากมูลค่าเหมาะสม ขณะเดียวกันเราเห็นประเด็นบวกต่อหุ้น THCOM จาก 1) ผลการดำเนินงานอีก 3 ไตรมาสที่เหลือของปีนี้จะดีต่อเนื่องรายไตรมาส และ 2) ความคืบหน้าการรับรู้รายได้ IPSTAR ในจีน รวมทั้งการให้บริการ IPSTAR ในอินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ ซึ่งคาดว่าผู้บริหารจะให้รายละเอียดเพิ่มเติมในการประชุมนักวิเคราะห์วันที่ 16 พ.ค.นี้ ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” (เดิม “ถือ”)









