วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

TOP - ถือ

1Q57 พลิกมีกำไร 2,534 ล้านบาทจากที่ขาดทุน 14 ล้านบาทใน 4Q56

TOP แจ้งกำไรสุทธิ 1Q57 ออกมาสูงกว่าที่เราและตลาดคาดไว้เนื่องจากมีค่าการกลั่นและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสูงกว่าคาด โดย TOP มีกำไรสุทธิ 1Q57 ที่ 2,534 ล้านบาทดีขึ้นจาก 4Q56 ที่ขาดทุนสุทธิ 14 ล้านบาท แต่ยังหดตัว 21.5% เมื่อเทียบ yoy กำไรสุทธิที่ดีขึ้น QoQ เป็นผลจากการฟื้นตัวของค่าการกลั่นและมีรายการพิเศษจากการบันทึกกำไรจากอัตราและเปลี่ยนซึ่งช่วยลดผลกระทบจากการหดตัวของธุรกิจปิโตรเคมีที่ถูกกดดันจากส่วนต่างและราคา PX ที่ลดลง ส่วนแนวโน้ม 2Q57 คาดกำไรสุทธิหดตัว QoQ จากการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นเป็นเวลา 55 วัน และมีแรงกดดันจากส่วนต่าง PX-ULG95 ที่ยังลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนทั้งปีเรายังคงประมาณการณ์กำไรสุทธิปีนี้ไว้ตามเดิมที่ 8,656 ล้านบาทลดลง 17%yoy แนวโน้มกำไรสุทธิที่ไม่โดดเด่นเราจึงคงคำแนะนำ “ถือ” โดยมีราคาเหมาะสมปี 57 ที่ 54 บาท

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

-1Q57 พลิกมีกำไรสุทธิ 2,534 ล้านบาทจากที่ขาดทุน 14 ล้านบาทใน 4Q56 : TOP แจ้งกำไรสุทธิ 1Q57 ออกมาสูงกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ 20% และ 10% ตามลำดับ โดย TOP มีกำไรสุทธิ 1Q57 ที่ 2,534 ล้านบาทดีขึ้นจาก 4Q56 ที่ขาดทุนสุทธิ 14 ล้านบาท แต่ยังหดตัว 21.5% เมื่อเทียบ yoy กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น qoq มาจากการฟื้นตัวของค่าการกลั่นหลังส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซินซึ่งเป็นตัวกดดันค่าการกลั่นใน 4Q56 กลับมาเพิ่มขึ้น โดย 1Q57 TOP มีค่าการกลั่นที่ 5.1$/bbl เพิ่มขึ้นจาก 1.9$/bbl ใน 4Q56 ส่วนอัตราการผลิตปรับตัวสูงขึ้นเป็น 105%จากเฉลี่ยที่ 101% ใน 4Q56 นอกจากนี้ธุรกิจโรงกลั่นยังมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 827 ล้านบาทดีขึ้นจากที่ขาดทุน 1,982 ล้านบาทใน 4Q56 และมีกำไรจากการซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้า 214 ล้านบาท จึงทำให้ TOP มีกำไรจากธุรกิจโรงกลั่นในไตรมาสนี้ที่ 1,929 ล้านบาทจากที่ขาดทุน 2,168 ล้านบาท ใน 4Q56 ส่วนธุรกิจปิโตรฯสายอะโรเมติกซ์มีผลการดำเนินงานขาดทุน 161 ล้านบาทจาก 4Q56 ที่มีกำไรสุทธิ 1,359 ล้านบาท เป็นผลจากราคาและส่วนต่างของ PX ปรับตัวลดลงอย่างมากเนื่องจากตลาดของ PX ยังอยู่ในภาวะ Over Supply โดย TOP มีส่วนต่าง PX-ULG95 ที่ 273$/ton ลดลง 39%qoq และ 51%yoy ส่วน BZ-ULG95 ยังทรงตัวที่ระดับ 285$/ton

-2Q57 คาดกำไรสุทธิหดตัว QoQ : เราคาดว่าผลประกอบการของ TOP ใน 2Q57 จะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับ 1Q57 โดยมีแรงกดดันสำคัญมาจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นเป็นเวลา 55 วันซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เดือนมิ.ย.ไปจนถึงเดือนก.ค.ซึ่งผลกระทบดังกล่าวจะทำให้โรงกลั่นมีอัตราการกลั่นลดลงจากเฉลี่ย 105% ใน 1Q57 เหลือเพียง 80%ใน 2Q57 นอกจากนี้ TOP ยังมีแรงกดดันจากการหดตัวของธุรกิจปิโตรเคมีซึ่งเราคาดว่าการหดตัวของส่วนต่าง PX-ULG95 ที่ลดลงต่ำกว่าระดับ 200$/ton ในปัจจุบันจะกดดันให้ธุรกิจปิโตรฯของ TOP ใน 2Q57 หดตัวลงอีกเมื่อเทียบกับ 1Q57

-คงประมาณการณ์กำไรสุทธิปีนี้ตามเดิมที่ 8,656 ล้านบาทลดลง 17%yoy : กำไรสุทธิ1Q57 คิดเป็น 29.2% ของประมาณการณ์ทั้งปี แต่ด้วยแนวโน้มผลประกอบการที่คาดว่าจะหดตัวลงใน 2Q57 จากการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นเป็นเวลา 55 วันในช่วงเดือนมิ.ย.-ก.ค.ประกอบกับธุรกิจปิโตรฯที่ยังถูกกดดันจากราคาและส่วนต่าง PX ที่หดตัวดังนั้นในส่วนของประมาณการณ์ทั้งปีเราจึงคงประมาณการณ์ตามเดิมที่ 8,656 ล้านบาท (สมมติฐานค่าการกลั่นที่ 4.6$/bbl Utilization rate ที่ 93% และคาดการณ์ส่วนต่าง PX-ULG95 ที่ 250$/ton

-คงคำแนะนำ “ถือ” โดยมีราคาเป้าหมายปี 57 ที่ 54 บาท : เราประเมินมูลค่าเหมาะสมของ TOP ด้วยวิธี P/E Ratio อิง Prospective P/E ที่ 12 เท่าคาดการณ์ EPS เฉลี่ยปีนี้และปี 58 ที่ 4.5 บาท/หุ้น จะได้ราคาเหมาะสมที่ 54 บาท