วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

BANPU - ถือ

คาดกำไรสุทธิ 1Q57 ปรับเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ

คาดกำไรสุทธิ 1Q57 ปรับเพิ่มจาก ธุรกิจไฟฟ้า และกำไร Coal Swap

จากการพูดคุยกับ BANPU เมื่อวานนี้ เชื่อว่าผลประกอบการ 1Q57 มีปัจจัยบวกจาก (1) การรับรู้กำไรจากโรงไฟฟ้า BLCP ที่เพิ่มขึ้น QoQ เนื่องจากเดินเครื่องเต็มกำลังผลิตและไม่มีหยุดซ่อมตามแผนเหมือนใน 4Q56 ที่ผ่านมา และ (2) การรับรู้กำไร Coal Swap ประมาณ 583 ล้านบาท ทำให้เราคาดว่าบริษัทจะมีกำไรสุทธิ 1Q57 อยู่ที่ 1.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 173%QoQ ด้านธุรกิจถ่านหินซึ่งเป็นธุรกิจปรับเพิ่มเล็กน้อยจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น โดยเหมืองถ่านหินหลักในประเทศอินโดนีเซีย (ITM) คาดว่าจะมียอดขายอยู่ที่ 7.1 ล้านตัน ลดลง 8%QoQ และราคาขายทรงตัว QoQ ขณะที่ยอดขายถ่านหินจากเหมืองในออสเตรเลีย (CEY) อยู่ที่ 3.7 ล้านตัน ทรงตัว QoQ แต่ราคาขายปรับเพิ่ม 4% อยู่ที่ 71 เหรียญต่อตัน โดยคาดว่า CEY มีอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 29% จาก 4Q56 ที่ระดับ 25% เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษเหมือน 4Q56 เป็นปัจจัยชดเชยยอดขายจาก ITM ที่ลดลง

แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q57 อ่อนตัว จากยอดขาย CEY ที่ลดลง

เราเชื่อว่า 1Q57 จะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี 2557 โดยแนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q57 มีโอกาสปรับลดลงเนื่องจาก (1) ไม่มีกำไรจาก Coal Swap เหมือน 1Q57 ที่ผ่านมา (2) การย้ายอุปกรณ์ขุดถ่านหินในเหมือง Mandalog ของ CEY ตามแผนเป็นเวลา 20 วัน คาดว่าจะกระทบยอดขายของ CEY ประมาณ 14%QoQ และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจะเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น และ (3) ราคาขายถ่านหินที่ยังมีความเสี่ยงจากอุปทานส่วนเกิน รวมทั้งยังขาดปัจจัยบวกสนับสนุนการฟื้นตัว

อุปทานถ่านหินยังสูง กดดันการฟื้นตัวของราคาถ่านหินและผลประกอบการ

ราคาถ่านหินล่าสุดอยู่ที่ 73 เหรียญต่อตัน ลดลงจากสิ้นปี 2556 กว่า 15% ปัจจัยลบกดดันการฟื้นตัวมาจากปัจจัยเดิมคืออุปทานส่วนเกินที่มากกว่าคาด และเชื่อ่าจะยังคงเป็นปัจจัยกดดันธุรกิจไปอีก 2 – 3 ปี ระยะสั้นยังมีความเสี่ยงจากความต้องการใช้ถ่านหินจากจีนที่ลดลง ขณะที่ปริมาณสำรองในประเทศอยู่ในระดับปกติ ทำให้เราคาดว่าราคาถ่านหินจะปรับเพิ่มขึ้นไม่มาก แม้กำลังจะเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนของจีน

แนะนำ “ถือ” รอการฟื้นตัวของธุรกิจหลัก

เชื่อว่าธุรกิจถ่านหิน Downside Risk ต่ำ แต่การฟื้นตัวยังถูกจำกัดจากภาวะอุปทานส่วนเกิน อย่างไรก็ตามเรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการในระยะยาว โดยเฉพาะกำไรจากกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น จากการเริ่มผลิตไฟฟ้าในโครงการหงสาในช่วง 2H58 ทำให้เราคงคำแนะนำ “ถือ” เช่นเดิม