นายกสมาคมบล. แนะชะลอลงทุน จับตาสถานการณ์การเมือง เชื่อระยะสั้นอาจมีแรงเทขาย มั่นใจต่างชาติไม่ทิ้งตลาดหุ้นไทย
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองขณะนี้มีผลกระทบระยะสั้นต่อภาวะการลงทุนในตลาดหุ้น แต่เชื่อว่าปัจจัยดังกล่าวจะไม่มีผลกระทบต่อพื้นฐานของประเทศ และพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) จึงแนะนำนักลงทุนช่วงนี้ควรชะลอลงทุน เพื่อรอดูสถานการณ์ แต่ถ้าหากดัชนีตลาดหุ้นไทยมีการปรับตัวลดลงมา ก็ถือเป็นโอกาสที่นักลงทุนจะเข้าไปซื้อเพื่อถือลงทุนในระยะกลาง และยาว แต่ส่วนตัวเชื่อว่าสถานการณ์การเมืองก็น่าจะค่อยๆ ปรับตัวไปในทางที่ดีขึ้น
ทั้งนี้คาดว่ามูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ (วอลุ่ม) ในปีนี้เชื่อว่าจะอยู่ที่ 40,000 ล้านบาทต่อวัน ลดลงจากปีก่อนที่ประมาณ 5.1 หมื่นล้านบาทต่อวัน แม้ในช่วงครึ่งปีแรกวอลุ่มเฉลี่ยจะปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 3.2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเชื่อว่าในช่วงครึ่งปีหลังหากการเมืองมีความชัดเจนนักลงทุนจะกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย
"จากปัญหาการเมืองขณะนี้เชื่อว่าจะมีผลระยะสั้นต่อตลาดทำให้มีนักลงทุนมีการชะลอดูสถานการณ์ทำให้วอลุ่มตลาดฯ อาจจะมีการปรับตัวลดลง ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าจะไม่น่าจะต่ำกว่า 2.5 หมื่นล้านบาทต่อวัน ซึ่งหากสถานการณ์การเมืองยังมีความยืดเยื้ออยู่ทำให้ตลาดหุ้นไทยจะอยู่ในภาวะที่ซึมๆ อยู่ที่ประมาณ 30,000 หมื่นล้านบาทต่อวัน แต่เชื่อว่าครึ่งปีหลังภาวะตลาดจะกลับมาดี ทำให้เชื่อว่าวอลุ่มการซื้อขายทั้งปีเฉลี่ยอยู่ที่ 40,000 ล้านบาทต่อวัน"นางภัทธีรา กล่าว
ส่วนทิศทางการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในช่วงระยะสั้น อาจจะมีแรงเทขายทำกำไรจากความไม่แน่นอนทางการเมือง หลังจากช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา (มี.ค. - เม.ย.) ได้มีการซื้อสุทธิเดือนละ 1.5 หมื่นล้านบาท ดังนั้นจึงเชื่อว่านักลงทุนต่างชาติจะไม่เทขายหุ้นไทยออกไปมาก เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนและของประเทศไทยยังดีอยู่ แต่นักลงทุนต่างชาติต้องการทราบถึงทิศทางสถานการณ์การเมืองไทยจะจบเร็วแค่ไหน









