"ปูนซิเมนต์ไทย" เล็งปรับเพิ่มเป้ารายได้ปีนี้จากเดิมที่ 4.76 แสนล้านบาท หลังธุรกิจปิโตรเคมีเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าซื้อกิจการ ตปท.
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC เปิดเผยว่า บริษัทอาจจะมีการปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้จากการขายปีนี้ ในช่วงครึ่งปีหลัง จากเดิมที่ประเมินว่าจะเติบโตราว 10% หรืออยู่ที่ 4.76 แสนล้านบาท แม้ภาพรวมธุรกิจปูนซีเมนต์จะลดลงแต่จะได้ผลบวกจากธุรกิจปิโตรเคมีที่อยู่ในสภาวะขาขึ้น ตามดีมานด์ของตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวค่อนข้างชัดเจน ประกอบกับราคาน้ำมันที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากความกังวลสถานการณ์ความตึงเครียดในรัสเซียยูเครน ทำให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (สเปรด) เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย จะส่งผลดีต่อมาร์จิ้นของบริษัทฯ
โดยมองแนวโน้มอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในประเทศปีนี้ คาดว่าจะเติบโตเพียง 0-3% ซึ่งปรับลดลงจากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตประมาณ 4% หลังสถานการณ์ทางการเมืองกดดันภาคการลงทุนให้ชะลอตัว โดยเฉพาะการลงทุนภาครัฐ
"ภาพรวมตลาดปูนซีเมนต์และสินค้าวัสดุก่อสร้างในปีนี้คงจะมีการเติบโตลดลง เดิมคาดว่าจะโตได้ 4% แต่หลังจากมีสุญญากาศทางการเมือง ซึ่งหากการเมืองกลับมาเร็วในครึ่งปีหลังอาจจะโตได้ 3% แต่หากลากช้าออกไปอีกอาจจะไม่มีการเติบโตเลย ส่วนของ SCC เองคงจะเป็นไปตามอุตสาหกรรม เนื่องจากเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของประเทศ แต่อย่างไรก็ตามสำหรับผลประกอบการของบริษัทฯนั้นจะได้ผลบวกจากธุรกิจปิโตรเคมีเข้ามาช่วยหนุนจากธุรกิจปูนซีเมนต์ที่ลดลง" นายกานต์ กล่าว
นายกานต์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ภาคการลงทุนในประเทศที่ชะลอตัว บริษัทฯได้มีการปรับกลยุทธ์เพื่อเน้นรายได้จากการส่งออกมากยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าสัดส่วนรายได้จากการส่งออกปีนี้จะขยับขึ้นแตะ 27-28% จากปีก่อนที่อยู่ระดับ 25-26% ซึ่งจะเน้นในแถบภูมิภาคอาเซียน ซึ่งยังมีดีมานด์ค่อนข้างสูงในการพัฒนาประเทศ พร้อมคาดว่าปริมาณการส่งออกปูนซีเมนต์ในปีนี้ที่ระดับเกือบ 5 ล้านตัน
ทั้งนี้ SCC มีแผนซื้อกิจการในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างเจรจามากกว่า 5 แห่ง คาดว่าจะสรุปได้ภายในครึ่งปีแรกอย่างน้อย 1 แห่ง ซึ่งจะเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ SCC โดยเงินลงทุนนั้นอยู่ภายใต้งบการลงทุนรวมปีนี้ของบริษัทฯที่ 5-6 หมื่นล้านบาท
ขณะที่การลงทุนอื่นๆในปีนี้จะเป็นการลงทุนในโครงการต่อเนื่อง อาทิ โรงงานปูนซีเมนต์ในประเทศอินโดนีเซีย พม่า และกัมพูชา รวมไปถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต
นอกจากนี้อยู่ระหว่างศึกษาเข้าลงทุนซื้อโรงงานปูนซีเมนต์ในประเทศเวียดนาม แต่ยังไม่มีข้อสรุป โดยอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์ เนื่องจากในประเทศเวียดนามยังอยู่ในสภาวะอุปทานล้นตลาด ซึ่งผลตอบแทนจากการลงทุนอาจจะลดลงไป









