วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สินเชื่อเช่าซื้อซบตามยอดขายรถ

ลีสซิ่งกสิกรไทย เผย เศรษฐกิจชะลอทำตลาดรถยนต์ซบเซา ไตรมาสแรกสินเชื่อคงค้าง 88,875 ล้านบาท สินเชื่อใหม่ 15,336 ล้านบาท ลดลง 27.35%

นายอัครนันท์ ฐิตสิริวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า จากการที่เศรษฐกิจของประเทศอยู่ในช่วงชะลอตัวส่งผลให้การเติบโตของยอดคงค้างสินเชื่อเช่าซื้อรถในระบบธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 1 ขยายตัวไม่ถึงร้อยละ 1 ขณะที่สถานการณ์ตลาดรถยนต์ในช่วงต้นปีนี้ที่ยังคงหดตัวจากยอดขายรถยนต์ในช่วง 3 เดือน (ม.ค.-มี.ค.) รวม 224,171 คัน ลดลงร้อยละ 45.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ยอดขายจำนวน 413,256 คัน

ทั้งนี้ ลีสซิ่งกสิกรไทยต้องดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังหันมาเน้นคุณภาพของลูกค้ามากขึ้น ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ไตรมาส 1 ปี 2557 สามารถปล่อยลีสซิ่งรถยนต์ และสินเชื่อเช่าซื้อใหม่ได้รวม 15,336 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ร้อยละ 27.35 แบ่งเป็นสินเชื่อเช่าซื้อและลีสซิ่งรถยนต์ใหม่ 8,488 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6.49 และสินเชื่อผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ 6,849 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 43.08 ด้านยอดสินเชื่อคงค้างของบริษัทอยู่ที่ 88,875 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ร้อยละ 5.39 และสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ที่ร้อยละ 0.91 มีกำไรสุทธิ 135.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันในปีก่อนประมาณร้อยละ 0.45

ทั้งนี้ คาดว่าภาพรวมสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ในระบบช่วงครึ่งปีแรกของปี 2557 จะยังชะลอตัว โดยการเติบโตของยอดคงค้างสินเชื่อในระบบฯ ยังอยู่ใต้แรงกดดันให้มีทิศทางชะลอตัวลงอยู่ในช่วงใกล้ร้อยละ 0 จากปัจจัยหลักเรื่องผลของฐานที่สูงในปีที่แล้ว จากการเร่งส่งมอบรถยนต์ในโครงการรถคันแรก ประกอบกับครึ่งแรกปีนี้ ปัญหาการเมืองยังไม่ยุติ ส่งผลให้เศรษฐกิจได้รับผลกระทบเชิงลบ รวมถึงความต้องการซื้อรถเพื่อการอุปโภคและเชิงพาณิชย์ลดลงอย่างชัดเจน

สำหรับตลาดรถยนต์น่าจะหดตัวต่อเนื่องเกือบตลอดทั้งปี โดยเฉพาะรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่จะหดตัวสูงกว่ารถประเภทอื่นจากกำลังซื้อที่ลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์ในเชิงพาณิชย์ เช่น รถกระบะ 1 ตัน และรถบรรทุกต่าง ๆ จากการลงทุนที่ชะลอตัวลง และจากปัจจัยสถานการณ์ทางการเมือง ทั้งนี้ มีเพียงตลาดรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ที่มีโอกาสขยายตัว โดยช่วงไตรมาส 1 ปีนี้ มียอดจดทะเบียนเฉลี่ยกว่า 5,000 คันต่อเดือน จากปีที่แล้วมียอดจดทะเบียนเฉลี่ย 4,000 คันต่อเดือน

นายอัครนันท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์การเมืองที่ยังไม่มีความชัดเจน ทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและบรรยากาศการซื้อรถยนต์ใหม่ยังคงอยู่ในภาวะซบเซาเมื่อเทียบกับช่วงปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมรถยนต์ จึงอาจจะต้องรอช่วงครึ่งหลังของปี 2557 เพื่อดูสัญญาณการฟื้นตัวของตลาด หากสถานการณ์การเมืองเริ่มนิ่งมากขึ้นก็อาจจะเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยดึงตลาดให้ฟื้นตัวง่ายขึ้น เนื่องจากการดำเนินงานต่าง ๆ ของภาครัฐน่าจะเดินหน้าได้บ้าง ภาคเอกชนน่าจะมีความเชื่อมั่นในการลงทุน ซึ่งก็อาจจะส่งผลให้กำลังซื้อของประชาชนเริ่มฟื้นตัวได้ในระดับหนึ่ง ทำให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ในช่วงไตรมาส 3-4 มีโอกาสจะกลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ ทั้งยอดขายรถที่เพิ่มขึ้นจากช่วงครึ่งปีแรก และจากผลของฐานเปรียบเทียบกับครึ่งหลังปี 2556 ที่มียอดขายชะลอลง อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์ตลาดโดยรวมปีนี้ที่มีปัจจัยเสี่ยงรอบด้านมาตั้งแต่ช่วงต้นปี ทำให้คาดว่าตลาดรถยนต์โดยรวมปี 2557 ยังคงหดตัวสูง โดยตลาดรถยนต์จะมียอดจำหน่ายรวมไม่เกิน 1 ล้านคัน