บีโอไอแนะเอกชนลงทุนในอุตสาหกรรมเบาของพม่า โดยเฉพาะธุรกิจอาหารซึ่งไทยมีความแข็งแกร่ง
นายชาร์ลส์ ชไนเดอร์ ผู้แทนประจำสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ บรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ กล่าวในงานเสวนา เรื่อง "เมียนมาร์-โอกาสและความท้าทายสู่เศรษฐกิจเกิดใหม่" ที่จัดโดยธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า รัฐบาลพม่าพยายามลดอุปสรรคของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ เช่น การลดขั้นตอนเอกสารด้านศุลกากร ขณะที่รัฐบาลกำลังร่างกฎหมายการลงทุน ซึ่งช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศในระยะยาว โดยการลงทุนจากต่างประเทศจะเห็นได้ในอุตสาหกรรมการผลิต พลังงาน ก๊าซและเหมืองแร่
ทั้งนี้อุตสาหกรรมพลังงาน จะรองรับการลงทุนต่างประเทศได้ ขณะนี้พม่าอยู่ระหว่างการเปิดประมูลผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (IPP) การเปิดให้ธุรกิจต่างชาติเข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและโรงไฟฟ้า เป็นทิศทางที่ถูกต้องในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับพม่า
นางศิริพร นุรักษ์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กล่าวว่า ผู้ประกอบการไทยที่สนใจจะลงทุนพม่า ควรเริ่มต้นจากอุตสาหกรรมเบา อาทิ อาหาร สินค้าอุปโภค-บริโภค เพราะพม่าผ่อนคลายกฎระเบียบ เพื่อเอื้อต่อการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ ทำให้มีนักลงทุนหลายชาติสนใจทำธุรกิจในพม่ามากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมโรงแรมในพม่า ซึ่งต้องการสินค้าที่มีคุณภาพ และไทยควรใช้ข้อดีของการมีอุตสาหกรรมอาหารที่แข็งแกร่งรองรับกับความต้องการดังกล่าว
"นอกจากนี้อุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้าง และเรียลเอสเตท ยังเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เป็นโอกาสของไทย เพื่อรองรับกับภาพต่างชาติซึ่งกำลังมาลงทุนสร้างโรงงานในเขตเศรษฐกิจของพม่า" นางศิริพร กล่าว
ด้านนายทาคาชิ ยานาอิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมียนมาร์ เจแปน ติละวา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า จากการคลายกฎเกณฑ์การลงทุนของพม่า ทำให้นักลงทุนญี่ปุ่นมีความสนใจจริงจัง ที่จะมาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยขณะนี้มี 19 บริษัทจากประเทศญี่ปุ่นมีความพร้อมมาลงทุนที่พม่า โดยแบ่งเป็น บริษัทที่มาสร้างฐานการผลิตเพื่อการส่งออก เพราะพม่ามีความพร้อมเรื่องแรงงานและทรัพยากร อีกส่วนคือบริษัทต้องการมีฐานการผลิตเพื่อรองรับกับความต้องการภายในประเทศ
เขากล่าวว่า รัฐบาลพม่าให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงของประเทศและสังคม และการลงทุนโดยตรงต่างประเทศค่อนข้างมาก เพราะการลงทุนโดยตรงต่างประเทศ จะเป็นตัวผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วในพม่า สิ่งที่เห็นได้ชัดว่าพม่ามีกลยุทธ์เปิดประตูเศรษฐกิจชัดเจน คือ การสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 3 เขต พร้อมกับให้สิทธิพิเศษทางภาษี อันเป็นแรงจูงใจต่อการลงทุนโดยตรงต่างประเทศ
"การตั้งบริษัทในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ยังทำง่ายและเร็วกว่านอกเขต ทำให้บริษัทต่างชาติไม่จำเป็นต้องหาพันธมิตรจากในประเทศ ซึ่งเงื่อนไขดังกล่าวทำให้นอกจากบริษัทจากญี่ปุ่นแล้ว บริษัทพบว่ามีนักลงทุนจากไทย ยุโรป ฮ่องกง แสดงความสนใจที่จะมาตั้งบริษัทในเขตเศรษฐกิจพิเศษ"






