ธปท.ทำการทดสอบภาวะเศรษฐกิจแย่ 1-2 ปี พบธนาคารพาณิชย์ยังมั่นคง แต่ยอมรับตัวเลขเอ็นพีแอลเพิ่มเป็น 2.3% หลังเศรษฐกิจชะลอตัว
นางสาลินี วังตาล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ได้ให้ธนาคารพาณิชย์ทำการทดสอบภาวะวิกฤติ (stress test) เพื่อประเมินความสามารถของธนาคารพาณิชย์ และความเพียงพอของฐานะการเงิน ซึ่งจากการทดสอบภาวะวิกฤติได้สมมติในกรณีเลวร้ายที่สุด คือ เศรษฐกิจแย่ ไม่ขยายตัว 1-2 ปี พบว่า ธนาคารพาณิชย์ก็ยังอยู่ในฐานะมั่นคง สามารถเป็นตัวกลางประคับประคองลูกค้าได้ และเงินกองทุนต่อสินทรัพย์สูงถึงร้อยละ 157 จากปกติที่ร้อยละ 100 สะท้อนว่าระบบธนาคารพาณิชย์แข็งแกร่ง
ส่วนสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 1/2557 พบว่าขยายตัวร้อยละ 9.8 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวลดลงจากสิ้นปี 2556 ที่เติบโตร้อยละ 11.34 โดยสินเชื่อรถยนต์เติบโตน้อยเพียงร้อยละ 2.5 จากที่ขยายตัวสูงสุดร้อยละ 38 สินเชื่อส่วนบุคคลขยายตัวร้อยละ 7 จากร้อยละ 20 สินเชื่อรายย่อยโตร้อยละ 10.7 จากร้อยละ 12.09 และสินเชื่อเอสเอ็มอีโตร้อยละ 11.7 จากร้อยละ 14.66 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนว่า แม้เศรษฐกิจชะลอตัว แต่สินเชื่อของธนาคารยังขยายตัวได้
ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เริ่มขยับสูงขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 2.3 ในไตรมาส 1/2557 จากสิ้นปี 2556 อยู่ที่ร้อยละ 2.15 ส่วนสินเชื่อผิดนัดชำระเกิน 1 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็นร้อยละ 2.4 จากสิ้นปี 2556 ที่ร้อยละ 2.3 ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว อาจทำให้ผู้บริโภคต้องยืดเวลาการชำระหนี้ออกไปบ้าง ซึ่งอาจจะไม่เป็นหนี้เอ็นพีแอล
นางสาลินี กล่าวยอมรับว่า ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) อาจมีปัญหาเรื่องการเข้าถึงสินเชื่อ แม้ว่าบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จะช่วยค้ำประกันเงินกู้ แต่มีการคิดค่าธรรมเนียมประกันสินเชื่อร้อยละ 1.75 ของวงเงินสินเชื่อ ซึ่ง ธปท.กำลังหารือร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อให้ สสว.รับภาระค่าธรรมเนียมดังกล่าวให้เอสเอ็มอี ซึ่งหาก สสว.ช่วยดำเนินการ จะทำให้เอสเอ็มอีมีเงินทุนมากขึ้น









