ก.ล.ต.แก้ไขกฎหมายหลักทรัพย์ พร้อมปรับมีแนวคิดนำทรัสต์มาใช้ระดมทุนในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างประเทศ
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานว่า ก.ล.ต. มีแนวคิดที่จะแก้ไขพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดทุนตามแนวทางสากล เพื่อให้ตลาดทุนไทยพร้อมรองรับสภาวการณ์ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งการเปิดเสรีการเคลื่อนย้ายเงินทุน การเชื่อมโยงระหว่างตลาดทุนและเศรษฐกิจโลก เพิ่มความยืดหยุ่นแก่ผู้ประกอบธุรกิจ และเสริมสร้างความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างองค์กรทั้งในและต่างประเทศ
การแก้ไขกฎหมายหลักทรัพย์ข้างต้นครอบคลุมเรื่อง การอนุญาตให้บุคคลที่ไม่ใช่ผู้ออกหลักทรัพย์สามารถนำหลักทรัพย์มายื่นขอจดทะเบียนเพื่อทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และในกรณีที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เชื่อมโยงระบบการซื้อขายกับบุคคลอื่น รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลให้กับหน่วยงานอื่นทั้งภายในประเทศหรือต่างประเทศ และการยกเว้นให้บริษัทที่ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ไม่ต้องใช้ชื่อนำหน้าว่า “บริษัทหลักทรัพย์” และ “จำกัด” ต่อท้ายได้
ขณะเดียวกัน ก.ล.ต. มีแนวคิดที่จะนำทรัสต์มาใช้เป็นกลไกการระดมทุนสำหรับการลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐานต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยพัฒนาเป็นศูนย์เชื่อมโยงการระดมทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค ซึ่งต้องการเงินลงทุนสูงมาก และยังเป็นการเพิ่มสินค้าในตลาดทุนให้ผู้ลงทุนมีทางเลือกที่หลากหลายยิ่งขึ้น
กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างประเทศ มีโครงสร้างคล้ายกับทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) และเปิดให้ลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐานในต่างประเทศได้ ไม่ว่าจะลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐานโดยตรง ลงทุนในสิทธิรับประโยชน์จากรายได้ในอนาคตของโครงการ โดยให้ขายหน่วยของกองทรัสต์ต่อผู้ลงทุนทั่วไปได้ และต้องจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่ถ้ากองทรัสต์ลงทุนในโครงการที่ยังสร้างไม่เสร็จเกิน 30% จะต้องเสนอขายเฉพาะผู้ลงทุนที่ซื้อตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไปเท่านั้น
นอกจากนี้ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างประเทศมีโครงสร้างภาษีที่เอื้อต่อการระดมทุนเพราะไม่มีการเก็บภาษีซ้ำซ้อน เมื่อมีรายได้เข้ามากองทรัสต์จะยังไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ แต่เมื่อกองทรัสต์จ่ายผลตอบแทน ผู้ถือหน่วยทรัสต์ที่รับผลตอบแทนดังกล่าวจะเป็นผู้เสียภาษีเงินได้









