บริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม"เจริญ สิริวัฒนภักดี"เงินปันผล ปี 2556 มูลค่ารวม 681ล้านบาท ด้าน"เสริมสุข"งดจ่ายปันผลครั้งแรกในรอบ 30 ปี
จากการรวบรวมข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่า บริษัทจดทะเบียนในกลุ่มเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการบริหาร บริษัทไทยเบฟเวอเรจ หรือเบียร์ช้าง ซึ่งมีจำนวน 6 บริษัท แต่มีบริษัทที่สามารถประกาศจ่ายเงินปันผล 3 บริษัทประกอบด้วย บริษัทโออิชิ กรุ๊ป(OISHI) จ่ายอัตราหุ้นละ 1 บาท บริษัทยูนิเวนเจอร์ (UV) จ่ายอัตราหุ้นละ 0.05 บาท และบริษัทเบอร์ลี่ยุคเกอร์ (UV) จ่ายอัตราหุ้นละ 0.40 บาท ทั้งนี้หากพิจารณาตามสัดส่วนการถือครองหุ้นพบว่ากลุ่มดังกล่าวจะได้รับเงินปันผลรวม 681 ล้านบาท โดยบริษัทเบอร์ลี่ฯ เป็นบริษัทที่จ่ายปันผลให้มากสุดที่ 469 ล้านบาท
ขณะที่บริษัทเสริมสุข(SSC) บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (GOLD) บริษัทอินทรประกันภัย (INSURE) เป็นกลุ่มบริษัทที่ไม่มีการจ่ายเงินปันผล ทั้งนี้ถือเป็นการงดจ่ายเงินปันผลในรอบ 30 ปีของเสริมสุขนับตั้งแต่ปี 2529 ที่มีการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ปี 2556 กลุ่มบริษัทเจริญได้เข้ามาถือหุ้นสัดส่วน 87%และปรับเปลี่ยนนโยบายการจ่ายปันผลจากเดิมที่จ่ายจากกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการ เป็นการจ่ายจากงบการเงินรวมของกิจการ
ทั้งนี้ บริษัทรายงานผลประกอบการในงวดปี 2556 มีผลขาดทุน 328.53 ล้านบาท จากปีก่อนมีกำไร 604.70 ล้านบาท ขณะที่งบเฉพาะกิจการมีผลขาดทุน 506.75 ล้านบาท จากงวดเดียวกันปีก่อนมีกำไร 371.30 ล้านบาท
การเคลื่อนไหวราคาหุ้นช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ในกลุ่มดังกล่าวพบว่า หุ้นบริษัทยูนิเวนเจอร์มีการปรับตัวขึ้นมากสุด โดยราคาเพิ่มขึ้นสูงถึง 20.29%
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยประเมินการเติบโตชะลอตัว แต่ยังมีศักยภาพสูงในระยะยาว ซึ่งคาดผลประกอบการปีนี้ถูกกดดันจากเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ประเมินกำไรเติบโต 11% จากบรรจุภัณฑ์กระป๋องที่มีปริมาณขายเพิ่มขึ้น กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคออกสินค้าใหม่ และ Thai An ฟื้นตัว และยังเชื่อว่าธุรกิจในต่างประเทศจะผลักดันการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในระยะยาว
ทั้งนี้ธุรกิจขวดแก้วอาจมีอัพไซด์ต่อประมาณการ เนื่องจากเบียร์ช้างซึ่งเป็นหนึ่งในลูกค้าหลักของ BJC อาจมีการเปลี่ยนขวดเบียร์ขนาด 640 มล. เป็น 500 มล. ทำให้ต้องผลิตขวดใหม่ทั้งหมด จากเดิมที่มีการผลิตขวดใหม่เพียง 40% และ ใช้ขวด Recycle 60%
ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคยังขยายตัวได้ ซึ่งเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อที่ลดลงส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภค แต่เรายังคาดว่าผลประกอบการยังเติบโตเนื่องจาก BJC มีการออกสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ขยายสาขาร้านค้าปลีก และ รับรู้รายได้เต็มปีจาก Thai An ซึ่งคาดจะฟื้นตัวดีขึ้นหลังจากการรีไฟแนนซ์ทำให้ดอกเบี้ยจ่ายลดลง ทั้งยังมีการจัดจำหน่ายสินค้าใหม่ๆ เพิ่มเติม ส่วน Thai Corp ยังเติบโตต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี Danone ยังคงขาดทุน เนื่องจากอัตราการใช้กำลังการผลิตยังต่ำกว่าจุดคุ้มทุน
กลุ่มสินค้าเวชภัณฑ์อาจมีอัพไซด์จากควบรวมกิจการจากการที่ BJC อยู่ระหว่างพิจารณาซื้อกิจการโรงงานยา อีกทั้งอาจมีการขายอุปกรณ์การแพทย์ให้กับประเทศพม่า และแม้ได้รับผลกระทบจากการเลื่อนเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ แต่โรงพยาบาลรัฐบางแห่ง ยังมีงบเหลืออยู่ อีกทั้ง BJC หันมาเน้นลูกค้าเอกชนมากขึ้น









