วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บัตรเครดิตอัดแคมเปญสู้ ศก.ชะลอ

"บัตรเครดิต-สินเชื่อส่วนบุคคล" พาเหรดงัดโปรโมชั่นกระตุ้นกำลังซื้อลูกค้าทุกกลุ่ม ชูกลยุทธ์ "ดอกเบี้ย 0% ผ่อนยาว"

"บัตรเครดิต-สินเชื่อส่วนบุคคล" พาเหรดงัดโปรโมชั่นกระตุ้นกำลังซื้อลูกค้าทุกกลุ่ม ชูกลยุทธ์ "ดอกเบี้ย 0% ผ่อนยาว" หวังลดภาระผ่อน แก้ปัญหาลูกค้าเงินตึงตัว ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว การเมืองไร้เสถียรภาพ สถาบันการเงินรับยอดใช้จ่ายลด หนี้เสียส่อเค้าเพิ่มขึ้น

สถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวต่อเนื่อง จากหลายปัจจัยรุมเร้า โดยเฉพาะปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้รัฐบาลไม่สามารถบริหารประเทศได้เต็มที่ การเบิกจ่ายงบประมาณทำไม่ได้เต็มรูปแบบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภค

เมื่อกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงครึ่งปีหลัง สถาบันการเงินและสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (นอนแบงก์) ต่างงัดแคมเปญ หรือโปรโมชั่นทุกรูปแบบ ร่วมกับห้างร้าน เพื่อกระตุ้นการใช้บัตรเครดิต สำหรับผู้ที่มีรายได้ตั้งแต่ 15,000 บาทต่อเดือน ในทุกหมวดสินค้า อาทิ หมวดท่องเที่ยว บันเทิง อาหาร ชอปปิง การผ่อนเครื่องใช้ไฟฟ้า

การจัดทำแคมเปญของแต่ละสถาบัน ส่วนใหญ่ส่งตรงไปยังลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตเป็นหลัก หรือผ่านระบบออนไลน์ หรือ เอสเอ็มเอส (SMS) เพื่อให้เข้ากับกระแสโซเชียลเน็ตเวิร์ค และประหยัดค่าใช้จ่ายในการโฆษณา แม้จะรู้ว่าการงัดทุกแคมเปญมากระตุ้นการใช้จ่ายจะไม่เป็นผลมากนัก เนื่องจากผู้บริโภคประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ในฐานะผู้ดูแลลูกค้ารายย่อย กล่าวว่า ภาวะที่เกิดขึ้น ทำให้ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรในไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค.) ของ กสิกรไทย ทำได้ไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ โดยเติบโตแค่ 18% แต่ยังเติบโตดีกว่าทั้งอุตสาหกรรมที่เติบโตแค่ 4%

เมื่อสถานการณ์ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงไป เมื่อกลางเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา ธนาคารจึงตัดสินใจลดเป้าการเติบโตของยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรทั้งปีลงมาเหลือ 31% โดยคาดการยอดใช้จ่ายผ่านบัตรจะอยู่ที่ 315,000 ล้านบาท ลดลงจากเป้าหมายการเติบโตที่ 36% คิดเป็นเม็ดเงิน 325,000 ล้านบาท

"ตอนนี้หวังว่าครึ่งปีหลังสถานการณ์ต่างๆ น่าจะคลี่คลาย ธนาคารคาดหวังว่า ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรทั้งปีน่าจะโตได้ 31% แต่หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ต้องติดตามกันต่อไป ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร หากเลวร้ายจริงๆ ก็คาดว่าน่าจะเติบโตได้ที่ 25%"

นอกจากนี้ ธนาคารยังมีแคมเปญกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้ถือบัตรทุกเดือน เพื่อให้ยอดการใช้จ่ายเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ โดยเน้นทุกเซคเตอร์ ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม การเดินทาง อาหาร ชอปปิง ฯลฯ โดยแต่ละแคมเปญจะมีความแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของผู้ถือบัตร

เหตุผลหลักที่ยอดการใช้บัตรเครดิตของกสิกรไทยยังเติบโตมากกว่าตลาด น่าจะมาจากจำนวนบัตรใหม่ในปีที่ผ่านมา ที่เพิ่มขึ้นเป็น 7.1 แสนบัตร ส่งผลให้มีการใช้จ่ายในปีนี้ และยังออกแคมเปญให้ตรงใจกับผู้ถือบัตร สำหรับปีนี้ธนาคารได้ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนบัตรใหม่ไว้ที่ 7.15 แสนบัตร

เฟิร์สช้อยส์ เผยคนลดใช้จ่าย

ด้าน บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิส จำกัด ผู้ให้บริการสินเชื่อกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ นางสาวณญาณี เผือกขำ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อผ่อนชำระ กล่าวว่า โดยรวมการใช้จ่ายของรายย่อยในขณะนี้ มีปริมาณลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ ทำให้การจัดแคมเปญของผู้ให้สินเชื่อ ยังต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นการใช้บัตร โดยแต่ละแคมเปญที่บริษัทนำเสนอ จะเลือกสรรมาเฉพาะ "ลูกค้าเก่า" ที่มีศักยภาพในการผ่อนชำระเท่านั้น ซึ่งเป็นไปตามวงเงินในบัตรที่เหลืออยู่

"สถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัวเช่นนี้ คนถือบัตร จะเลือกไม่ใช้จ่ายอะไรที่ฟุ่มเฟือย ลูกค้าก็จะรู้อยู่แล้ว อะไรที่จำเป็น โดยจะเลือกใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น"

ยอดผิดชำระหนี้มีสัญญาณเพิ่ม

ในฐานะผู้ให้บริการสินเชื่อ ยอมรับว่าในภาวะเช่นนี้อัตรา "การผิดนัดชำระ" ของลูกหนี้ เริ่มเห็นสัญญาณที่เพิ่ม ตรงกับข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ระบุว่า หนี้ภาคครัวเรือนเริ่มมีสัญญาณเพิ่มขึ้น แต่มุมมองของบริษัท ถือว่ายังอยู่ในกรอบที่ควบคุมได้ จึงยังไม่ได้เลื่อนชั้นหนี้ เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล อย่างมีนัยสำคัญ

"กำลังซื้อเริ่มแผ่วลงมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว คนส่วนใหญ่ใช้จ่ายเฉพาะที่จำเป็น หากมีกำลังพอก็จะใช้จ่ายบ้าง ส่วนผู้ให้สินเชื่อ ก็ต้องดูศักยภาพของลูกค้า หรือลูกหนี้ด้วยว่า ภาระหนี้ของลูกค้ามีมากน้อยแค่ไหน ถ้าจะผ่อนสินค้าอะไรเพิ่ม จะไหวหรือไม่ ซึ่งเรามีระบบตรวจสอบได้อยู่แล้ว"

ร่วมห้างร้านเสนอโปรฯผ่อนนาน

สำหรับแคมเปญที่ออกมาแต่ละแคมเปญ แม้บางแคมเปญจะไม่ได้ตอบโจทย์ลูกค้าทั้งหมด แต่บริษัทก็จำเป็นต้องออกมาเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านบัตรในภาพรวม ล่าสุดได้ออกแคมเปญ "0% เย็นสยบร้อน" โดยลูกค้าที่ผ่อนเครื่องปรับอากาศและตู้เย็น 0% นานสูงสุด 15 เดือน เป็นการร่วมกับเจ้าของสินค้า เพื่อให้สามารถขายสินค้าได้ และถือว่าเป็นการคืนกำไรให้กับลูกค้ามากกว่า

"เมื่อเศรษฐกิจเริ่มตึงตัว เราจึงร่วมกับเจ้าของสินค้าจัดแคมเปญ เพื่อให้เจ้าของสินค้าขายสินค้าได้ และเป็นการคืนกำไรให้ลูกค้า ถือว่าไม่ได้ทำให้ภาระหนี้ของลูกค้าเพิ่มมากนัก เพราะใช้ระบบการผ่อนยาวทำให้เงินไม่ตึงตัว ซึ่งถือเป็นทางออกที่ดี"

เคทีซีเน้นทำตลาดตรงถึงลูกค้า

นางพิทยา วรปัญญาสกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-ธุรกิจบัตรเครดิตบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เคทีซี กล่าวว่า ขณะนี้ลูกค้ายังกังวลถึงผลกระทบทางการเมือง เศรษฐกิจที่ชะลอตัว เคทีซี จึงต้องเลือกจัดแคมเปญให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย โดยเน้นแคมเปญในหมวดสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และกลุ่มท่องเที่ยวและการเดินทาง ซึ่งสิทธิที่ลูกค้าจะได้รับหากชำระค่าตั๋วเดินทางผ่านเคทีซีก็ได้รับคะแนนเพิ่มเป็นสองเท่า เพื่อนำสิทธิดังกล่าวไปทำรายการอื่นต่อไป

"เราเห็นสัญญาณชัดเจนว่า ช่วงปิดเทอมยอดใช้จ่ายผ่านบัตรสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวจะสูงกว่าช่วงปกติ จึงจัดแคมเปญสำหรับการท่องเที่ยว ตอบสนองกับความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้มีกำลังซื้อ ส่วนกลุ่มอื่นหรือแคมเปญใหม่ๆ ต้องชะลอออกไปก่อน จนกว่าเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้น ส่วนการจัดแคมเปญของเคทีซีในช่วงนี้ จะทำการตลาดตรงไปยังลูกค้า เช่น ส่ง SMS ไปให้ลูกค้า รวมทั้งหันมาใช้สื่อออนไลน์มากกว่าเดิม เพื่อตอบโจทย์คนยุคใหม่"

นอกจากนี้ ในส่วนของค่ายบัตรเครดิตอื่นๆ เช่น ซิตี้แบงก์ ได้ร่วมมือกับเพาเวอร์บาย เพื่อชำระบัตรเครดิตซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า ตามห้างสรรพสินค้าในเครือเซ็นทรัล โดยจัดแคมเปญ 0% มีระยะเวลาผ่อนที่แตกต่างกัน ตามความต้องการของลูกค้า เช่น 4 เดือน 6 เดือน 8 เดือน 10 เดือน โดยสินค้าบางแบรนด์ เพิ่มแรงจูงใจ หากซื้อผ่านบัตรซิตี้แบงก์จะได้รับส่วนลดเพิ่มสูงสุดอีก 16% และสินค้าบางแบรนด์ยังให้ส่วนลดอีกไม่น้อยกว่า 1,200 บาท เป็นแรงจูงใจในการซื้อสินค้า เช่นเดียวกับบัตรเซ็นทรัลการ์ด บัตรเครดิตธนาคารไทยพาณิชย์ ก็จัดแคมเปญผ่อนนานเช่นกัน แต่จะให้ส่วนลดลงเพิ่มอีก 8-10%