กลต.ส่งเสริมกิจการสร้างสรรค์และนวัตกรรมเข้าตลาดหุ้น พร้อมหนุนให้มีการตั้งกองทรัสต์แบบไพรเวทอิควิตี้ร่วมลงทุนในกิจการเหล่านี้
นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต.ได้ร่วมกับ 7 หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เปิดโครงการ"หุ้นนวัตกรรม และสร้างสรรค์ ความภูมิใจของไทย" เพื่อส่งเสริมให้กิจการที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และศิลปวัฒนธรรม สามารถระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อขยายกิจการได้
ทั้งนี้ กิจการที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการเข้าตลาดจากก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) หากสามารถยื่นคำร้องขอเข้าตลาดได้ภายในปี 2558 พร้อมได้รับการอบรมความรู้ การขอรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการคัดเลือกที่ปรึกษาทางการเงิน และการเตรียมความพร้อมในการขายหุ้นฟรี
ก.ล.ต.จะ เปิดรับสมัครกิจการให้เข้าร่วมโครงการได้จนถึงวันที่ 31 ก.ค.นี้ โดยจะต้องเป็นกิจการที่เปิดมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปี ในงบการเงินปีล่าสุด มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว และส่วนผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท และมีกำไร หรือกำไรสะสมอย่างใดอย่างหนึ่ง
" ธุรกิจด้านนวัตกรรมมีส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ก.ล.ต.จึงต้องการสนับสนุนให้กิจการเหล่านี้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยขณะนี้มีบริษัทที่สนใจเข้าโครงการและมีความพร้อมที่จะเข้าตลาดในปีนี้ 2-3 ราย เป็นบริษัทในอุตสาหกรรมอาหาร และไอซีที เป็นต้น"
นอกจากการสนับสนุนให้เข้าตลาดแล้ว ก.ล.ต.ยังจะส่งเสริมให้มีการจัดตั้งกองทุนส่วนบุคคล (ไพรเวท อิควิตี้) ในรูปแบบกองทรัสต์ เพื่อเข้าลงทุนในกิจการเป้าหมายเหล่านี้ แต่เป็นกองทุนที่ให้เฉพาะนักลงทุนกลุ่มที่มีสินทรัพย์ตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป หรือนักลงทุนวีไอ เพื่อป้องกันความเสี่ยง พร้อมทั้งต้องกำหนดจำนวนนักลงทุน และประเภทของกิจการที่กองทุนจะลงทุนให้ชัดเจน
ด้านนายจาฤก กัลย์จารึก ประธานกรรมการบริหารบริษัท กันตนา กรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทสนใจจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายใน 1-2 ปีนี้ เพื่อระดมเงินทุนสำหรับลงทุนสร้างโรงภาพยนตร์ชุมชน ภายใต้โครงการ คอมมูนิตี้ ซีนีเพล็กซ์ ตามเป้าหมายอยากจะสร้างโรงภาพยนตร์ขนาดเล็ก ที่ขายตั๋วหนังราคาถูก ประมาณ 30 บาทตามแหล่งชุมชนต่างๆ ให้ได้ 4-5 พันแห่งทั่วภูมิภาคอาเซียน ภายใน 5 ปี
เพราะปัจจุบันบริษัทก็มีพันธมิตรอยู่แล้วหลายประเทศ ทั้ง พม่า ลาว กัมพูชา อินโดนีเซีย เป็นต้น ซึ่งต่อ 1 แห่งใช้เงินลงทุนนประมาณ 2 ล้านบาท ขณะนี้มีผู้สนใจจองให้บริษัทไปติดตั้งระบบโรงภาพยนตร์ชุมชนในประเทศแล้ว 600-700 แห่ง แต่มีที่จ่ายเงินแล้วเพียง 100 แห่ง จากปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศ ทำให้ชะลอออกไปก่อน
"บริษัทเคยมีแผนจะเข้าตลาดมาก่อน ในช่วงจะประมูลไอทีวี แต่ก็ยกเลิกไป ช่วงนี้เป็นช่วงที่บริษัทจะขยายงานทั้งโรงหนัง และธุรกิจคอนเทนท์ ที่ตลาดกำลังโตรองรับดิจิทัลทีวี จึงสนใจจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ กำลังให้ที่ปรึกษาทางการเงินดูรูปแบบว่าจะเข้าในรูปแบบใด เอากันตนาเข้า หรือ ให้บริษัทลูกเข้าแทน"
ปัจจุบันกันตนา มีทุนจดทะเบียน 800 บาท ชำระแล้ว 600 ล้านบาท มีกำไรสุทธิประมาณ 150-200 ล้านบาท ประกอบธุรกิจใน 5 สายงาน คือ ทีวี ภาพยนตร์ การศึกษา โรงภาพยนตร์ชุมชน และ เกม









