กรุงไทยผนึกเคทีซีลูกค้าผ่อนสินเชื่อบ้านผ่านบัตรเครดิต หวังจับฐานลูกค้าใหม่ที่ยังไม่มีสินเชื่อบ้าน ตั้งเป้า 3-5 พันล้านบาท
นายเวทย์ นุชเจริญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธุรกิจรายย่อยและเครือข่าย ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ในปีนี้ธนาคารตั้งเป้าหมายสินเชื่อบ้านไว้ที่ระดับ 5 หมื่นล้านบาท โดยในไตรมาสแรกธนาคารสามารถอนุมัติสินเชื่อใหม่ ได้ 2 หมื่นล้านบาทและเป็นยอดสินเชื่อสุทธิ 1.3 หมื่นล้านบาท ทำให้ยอดสินเชื่อบ้านโดยรวมในขณะนี้อยู่ที่ 2.9 แสนล้านบาท ชะลอตัวลงประมาณ 20%
ล่าสุดธนาคารได้ร่วมกับ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” ออกบริการ สินเชื่อบ้านกรุงไทย ผ่อนบ้านผ่านบัตร ให้ลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยรายใหม่ของธนาคารชำระและค่างวดผ่านบัตรเครดิตเคทีซี ด้วยการตัดบัญชีบัตรเครดิตอัตโนมัติ เพื่ออำนวยความสะดวกในการชำระค่างวดได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังได้รับสิทธิประโยชน์จากการชำระค่าบัตรเครดิตทั้งในเรื่องของอัตราดอกเบี้ยและคะแนนสะสมรวมถึงระยะการชำระคืนปลอดดอกเบี้ยสูงสุด 45 วัน โดยตั้งเป้าว่าจะมียอดสินเชื่อจากแคมเปญดังกล่าวประมาณ 3-5 พันล้านบาท
ทั้งนี้ธนาคารให้วงเงินกู้สูงสุด 95% ของราคาประเมิน โดยในช่วง 1-6 เดือนแรก ธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ย 0.99% ต่อปี ช่วงเดือนที่ 7-12 คิดอัตราต่ำสุดที่ MRR -4% ต่อปี สำหรับปีที่ 2-3 คิดอัตราต่ำสุดที่ MRR -1.7% ต่อปี หลังจากนั้น คิดอัตรา MRR -1.6% ต่อปี สำหรับในช่วงเปิดตัว ธนาคารและ “เคทีซี” ได้จัดแคมเปญพิเศษ สำหรับลูกค้าที่ยื่นคำขอ สินเชื่อบ้านกรุงไทย...ผ่อนบ้านผ่านบัตร ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2557 และทำนิติกรรมจำนองภายใน 60 วันนับจากวันที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อ สามารถเลือกผ่อนชำระค่างวดในอัตราล้านละ 1,000 บาท นาน 6 รอบบิล
“ลูกค้าจะได้รับความสะดวกในการชำระเพราะเป็นการตัดบัญชีบัตรเครดิตอัตโนมัติ ไม่ต้องห่วงเรื่องการเป็นหนี้ซ้ำซ้อน เพราะหากลูกค้าผิดนัดชำระหนี้ครั้งแรกเดือนถัดไปก็ไม่สามารถตัดบัตรเครดิตอัตโนมัติได้อีกจนกว่าจะเคลียร์หนี้ไปก่อน และจะถูกคิดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตปกติ”
ด้านนายระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทบัตรกรุงไทย (KTC) กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นการต่อยอดผลิตภัณฑ์ซึ่งกันและกัน ให้กับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีกว่า 1.6 ล้านบัตร สามารถชำระค่างวดสินเชื่อบ้านผ่านบัตรเครดิตเคทีซี โดยมีระยะการชำระคืนปลอดดอกเบี้ยสูงสุด 45 วัน และทุกค่างวดที่ผ่อนชำระ 25 บาท จะได้รับ 1 คะแนนสะสม Forever Rewards หรือคะแนนสะสม KTC ROP ตลอดอายุสัญญา พิเศษรับคะแนนสะสม 2 เท่า สำหรับยอดจ่ายค่างวดผ่อนบ้าน 3 รอบบิลแรกอีกด้วย
นางพิทยา วรปัญญาสกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-ธุรกิจบัตรเครดิต บริษัท บัตรกรุงไทย เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรกยอดใช้จ่ายผ่านบัตรโดยรวมของเคทีซี อยู่ที่ 30,000 ล้านบาทเติบโต 4% ขณะที่เป้าจริงตั้งเอาไว้เติบโต 15% หรือคิดเป็นยอดใช้จ่ายอยู่ที่ 138,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ สาเหตุหลักมาจากปัจจัยการเมืองที่กระทบต่อการลงทุน และ เศรษฐกิจ ส่งผลให้ยอดใช้จ่ายลดลง ณ ขณะนี้เคทีซี ได้เตรียมตัวจัดทำแคมเปญใหญ่ เพราะหวังว่าระยะยาว คือ ไตรมาส 3-4 ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรจะดีขึ้น นอกจากนี้ก็ได้เตรียมปรับปรุงสิทธิประโยชน์เพื่อเจาะลูกค้าระดับบน ที่มีรายได้ตั้งแต่ 40,000 บาทต่อเดือนขึ้นไปที่ปัจจุบันมีอยู่ 20% ของพอร์ต
"ที่ผ่านมาได้ทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง แต่ได้ทำการตลาดผ่าน online, sms,apication ซึ่งไตรมาส 2 ก็ยังทำตลาดในลักษณะนี้ต่อไปและที่สำคัญในช่วงนี้ ผู้ประกอบการทุกรายได้ติดต่อให้ เคทีซีเข้าไปช่วยทำโปรโมชั่นเฉพาะกลุ่มมากขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขายซึ่งคาดว่าไตรมาส 3-4 น่าจะออกแคมเปญใหญ่ได้"
ด้านผลประกอบการ ฟันกำไรสุทธิไตรมาสแรก 8,310 ล้านบาท ลดลง 2.76% ขณะที่สินเชื่อยังโต 3.25% จากสิ้นปีก่อน ส่วนเอ็นพีแอลเพิ่ม 9.97%
ธนาคารกรุงไทยรายงานผลประกอบในไตรมาสที่ 1/2557 เปรียบเทียบกับไตรมาส 1/2556 ว่าธนาคารมีกำไรสุทธิ 8,310 ล้านบาท ลดลง 2.76% โดยธนาคารมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเท่ากับ 16,820 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,796 หรือเพิ่มขึ้น 11.95% จากการขยายตัวของสินเชื่อ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้น 237 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6.47% ซึ่งมาจากธุรกรรมเพื่อการค้าและปริวรรตเงินตราต่างประเทศ ซึ่งเป็นธุรกรรมหลักของธนาคาร ทั้งนี้ในไตรมาสแรกนี้ ธนาคารมีรายได้จากเงินปันผลลดลง 890 ล้านบาท หรือลดลง 90.72% ซึ่งมีสาเหตุหลักจากการครบกำหนดของกองทุนรวมวายุภักษ์หนึ่ง
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2557 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 1,766,704 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2556 จำนวน 55,614 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3.25% และมียอดเงินฝาก 1,962,582 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78,801 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 4.18% ธนาคารมีสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLs) จำนวน 60,511 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,485 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.97% ซึ่งสินเชื่อด้อยคุณภาพที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากลูกค้า SME ขนาดเล็ก และลูกค้ารายย่อยบางส่วน ซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ชะลอตัวลง ประกอบกับภาระหนี้ภาคครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยNPLs Ratio (gross) เท่ากับ 2.87% และมี NPLs Ratio (net) เท่ากับ 1.64%
ในไตรมาส 1/2557 ธนาคารได้กันสำรองจำนวน 1,776 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 157 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.70% จากไตรมาส 1/2556 เป็นไปตามนโยบายการกันสำรองตามปกติเดือนละ 500 ล้านบาท ธนาคารมีเงินกองทุนรวมจำนวน 254,943 ล้านบาท หรือคิดเป็น 13.26% ของสินทรัพย์ถ่วงน้ำหนักตามความเสี่ยง ซึ่งคำนวณตามหลักเกณฑ์ Basel III ของธนาคารแห่งประเทศไทย








