SSSG ยังติดลบ ... อัตราการเติบโตยอดขายของ GLOBAL จะได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่หดตัวในระดับที่สูงกว่า HMPRO
เนื่องจากมีสาขากระจุกตัวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือที่มีสัดส่วนสูงถึง 85% ของสาขาทั้งหมด ขณะที่กำลังซื้อในพื้นที่ดังกล่าวชะลอตัวลงมากเนื่องจากได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าวล่าช้า รวมทั้งการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดค้าปลีกวัสดุก่อสร้างในหลายจังหวัดของภูมิภาค ทำให้เราคาดว่ายอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของ GLOBAL ใน 1Q57 จะยังติดลบราว 5-6% ใกล้เคียง 4Q56 อย่างไรก็ดีผลจากการขยายสาขาเพิ่มต่อเนื่องยังทำให้รายได้จากการขายปรับตัวเพิ่มขึ้น 10% YoY และ 14% QoQ
คาด 1Q57 มีกำไรจากธุรกิจปกติ 223 ล้านบาท
หากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน เราคาดว่า GLOBAL จะมีกำไรจากธุรกิจปกติใน 1Q57 ราว 223 ล้านบาท ลดลง 22% YoY เนื่องจากค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นตามการเปิดสาขา 2 แห่ง ที่ บ้านตาดและ ลพบุรี ทำให้มีสาขาเปิดใหม่รวม 8 สาขานับจาก 1Q56 นอกจากนี้ การออกหุ้นกู้วงเงิน 3 พันล้านบาทรองรับการขยายสาขาทำให้ GLOBAL มีค่าใช้จ่ายการเงินเพิ่มขึ้นจากฐานต่ำใน 1Q56 และหากเทียบ QoQ กำไรฟื้นตัวขึ้น 14% จากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของ Product mix ที่มียอดขายเพิ่มขึ้นจากกลุ่มตกแต่งที่มีมาร์จิ้นสูงกว่า
ให้น้ำหนัก SSSG 2Q57 จะฟื้นตัว
จากคาดการณ์อัตราเติบโตของเศรษฐกิจปีนี้ที่จะขยายตัวเพียง 1.1% ทำให้เราคงสมมติฐานหลักในการประมาณการผลประกอบการปี 2557 ของ GLOBAL โดยคาดว่าจะมีสาขาเปิดใหม่ 10 แห่ง และ SSSG เพิ่มขึ้น 3% โดยเราคาดว่าจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวของ SSSG ตั้งแต่ 2Q57 เป็นต้นไปจากปัจจัยฤดูกาลและฐานต่ำใน 2H56 ประกอบกับกลุ่มลูกค้าที่ไม่ใช่ภาคเกษตรยังมีการก่อสร้างอยู่และการเริ่มทยอยจ่ายเงินโครงการจำนำข้าวช่วยฟื้นกำลังซื้อกลุ่มลูกค้าที่พึ่งพารายได้จากภาคเกษตรบางส่วน ขณะที่ผู้บริหาร GLOBAL ยังคงเป้าหมายสาขาปีนี้ 12 สาขา และยอดขายเติบโตราว 20-25% โดยใน 2Q57 GLOBAL มีแผนเปิดสาขาอีก 3 แห่ง ที่ จันทบุรี ตราด เพชรบูรณ์ รวมเปิด 5 แห่งในช่วงครึ่งปีแรก
น่าสนใจในเชิง Valuation
นับจากต้นปี ราคาหุ้น GLOBAL ปรับตัวแย่กว่า (Underperform) เมื่อเทียบกับกลุ่มค้าปลีก 4% และ SET 5% สะท้อนถึงความกังวลกำลังซื้อต่างจังหวัดหดตัวแรงและการแข่งขันรุนแรงของตลาดวัสดุก่อสร้างภาคตะวันออกเฉียงเหนือทำให้ SSSG จะติดลบติดต่อกัน 3 ไตรมาสและแย่สุดในกลุ่มค้าปลีก อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขาย PEG ปี 57 ที่ 0.9 เท่า ต่ำกว่า PEG เฉลี่ย 1.2 เท่า ของ 4 บริษัทที่ศึกษา อีกทั้งเรายังมีมุมมอง “บวก” ต่อผลการดำเนินงาน GLOBAL ผ่านจุดต่ำสุดแล้วใน 4Q56 และคาดจะเห็นการฟื้นตัวของกำไรรายไตรมาสตั้งแต่ 1Q57 ประเมินมูลค่าเหมาะสม 16.30 บาท (รวมหุ้นปันผล)









