วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'จีดีพี'จีนไตรมาสแรกโต7.4%

'จีดีพี'จีนไตรมาสแรกโต7.4% นักวิเคราะห์ชี้ศก.'เสถียรภาพ'

นักวิเคราะห์คาดเศรษฐกิจจีนเข้าสู่เสถียรภาพ หลังเปิดเผยตัวเลขจีดีพีไตรมาสแรกโต 7.4% เชื่อรัฐบาลจีนพอใจ ฟันธงไร้มาตรการกระตุ้นครั้งใหญ่ ขณะตลาดหุ้นทั่วโลกทะยานขึ้น เช่นเดียวกับค่าเงินเอเชียแข็งค่า

ตลาดหุ้นทั่วโลกขานรับตัวเลขเศรษฐกิจจีน รวมถึงค่าเงินเอเชียแข็งค่าขึ้นถ้วนหน้า โดยตลาดคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนเข้าสู่เสถียรภาพแล้ว หลังจากรัฐบาลจีนดำเนินมาตรการหลายด้านปรับโครงสร้างเศรษฐกิจตั้งแต่ปีที่ผ่านมาและสร้างความกังวลให้กับตลาดถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมา

สำนักงานสถิติแห่งชาติ (NBS) ของจีน รายงานวานนี้(16 เม.ย.) ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัว 7.4% ในไตรมาสแรกเมื่อเทียบรายปีสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 7.3% แต่ก็ถือว่าเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 18 เดือน และเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปีที่แล้ว เศรษฐกิจจีนขยายตัว 7.7%

ตัวเลขการขยายตัวในไตรมาส 1 บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนชะลอการเติบโตในช่วงต้นปีนี้

รัฐบาลจีนได้ดำเนินมาตรการบางอย่างไปแล้วในระยะนี้เพื่อสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และระบุว่าเป้าหมายอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 7.5 % สำหรับปีนี้ถือเป็นเป้าหมายที่มีความยืดหยุ่น

นายจูเลียน อีวานส์-พริทชาร์ด นักเศรษฐศาสตร์ของบริษัทแคปิตัล อิโคโนมิคส์ในสิงคโปร์ กล่าวว่าก่อนหน้านี้ คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนอาจเติบโต 7.5 % ในไตรมาสนี้ ดังนั้นจึงเท่ากับว่าเราได้คาดการณ์ตัวเลขที่สดใสกว่านี้เล็กน้อย เพราะเราคิดว่าแรงกดดันในทางลบต่อเศรษฐกิจได้บรรเทาลงมาบ้างแล้ว และงบรายจ่ายทางการคลังน่าจะช่วยหนุนเศรษฐกิจให้เติบโตต่อไป โดยผ่านทางมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดเล็กของรัฐบาล

นายพริทชาร์ด กล่าวอีกว่าเห็นได้ชัดว่าผู้กำหนดนโยบายของจีนมีความพึงพอใจต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ระดับปัจจุบัน โดยในแง่หนึ่งนั้น ไม่คิดว่าจีนจะประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่เพิ่มเติมอีก ดังนั้นจึงไม่คาดว่าเศรษฐกิจจะดีดตัวขึ้น แต่ในอีกแง่หนึ่งนั้น คาดว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจได้เข้าสู่เสถียรภาพแล้ว

"สิ่งหนึ่งที่เราต้องพิจารณาก็คือว่า เศรษฐกิจเคยชะลอการเติบโตลงอย่างรุนแรงในไตรมาสแรกของปี 2013 ดังนั้นปัจจัยดังกล่าวจึงช่วยหนุนตัวเลขอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบรายปีในไตรมาสนี้ ดังนั้น ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจจีนกำลังเข้าสู่เสถียรภาพ เราก็คาดว่าเศรษฐกิจไตรมาส 2 อาจเติบโตในระดับต่ำกว่าไตรมาสแรกเล็กน้อยเพราะผลจากตัวเลขฐาน"

นายพริทชาร์ด กล่าวว่าสิ่งนี้ไม่ได้ทำให้การคาดการณ์ของเราเปลี่ยนแปลงไป โดยคาดว่าเศรษฐกิจจีนกำลังเติบโตภายในกรอบที่สร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้กำหนดนโยบาย ดังนั้นจึงไม่คาดว่าจีนจะดำเนินมาตรการขนาดใหญ่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอีก และเราไม่คาดว่าอัตราการเติบโตจะดีดตัวขึ้น โดยคาดว่าอัตราการเติบโตจะชะลอตัวลง แต่อาจจะไม่รุนแรงเท่ากับที่หลายคนกังวลกัน

จีดีพีไตรมาสแรกโตเกินคาด 7.4%

เอ็นบีเอส ชี้ว่าจีดีพีขยายตัว 7.4% ในไตรมาสแรก เมื่อเทียบรายปีจากระดับ 7.7% ในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว แต่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 7.3% และเติบโต 1.4% เมื่อเทียบรายไตรมาส สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์

ส่วนยอดค้าปลีกในเดือนมี.ค.พุ่งขึ้น 12.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมากกว่าที่คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 12.1% ส่วนผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 8.8% ในเดือนมี.ค. จากปีก่อน เมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์ในผลสำรวจของรอยเตอร์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 9% ขณะที่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเพิ่มขึ้น 17.6% ในไตรมาสเดือนม.ค.-มี.ค. จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เทียบกับที่คาดว่าจะพุ่งขึ้น 18.1%

นอกจากนี้ การผลิตน้ำมันดิบของโรงกลั่นในจีนเพิ่มขึ้น 2.6% ในเดือนมี.ค. จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สู่ระดับ 41.92 ล้านตัน หรือ 9.87 ล้าน บาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ดี กำลังการผลิตน้ำมันดิบรายวัน

ร่วงลง 5.7% จากระดับ 10.47 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนก.พ. ขณะที่โรงกลั่นได้ปรับลดการผลิตลงท่ามกลางสต็อกผลิตภัณฑ์น้ำมันจำนวนมาก

เอ็นบีเอส ระบุอีกว่า การลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนเพิ่มขึ้น 16.8% ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ร่วงลง 5.2%

การลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์พุ่งขึ้น 19.3% ในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ ขณะที่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ร่วงลง 3.7% ในช่วงเวลาดังกล่าว

ทั้งนี้ การลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อภาคธุรกิจอื่นๆ ราว 40 กลุ่มในจีนนั้น ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนกิจกรรมของเศรษฐกิจจีน

เงินเอเชียแข็งค่ารับข้อมูลศก.จีนแข็งแกร่ง

วานนี้ สกุลเงินส่วนใหญ่ของตลาดเกิดใหม่ในเอเชียปรับตัวขึ้น หลังจีนเปิดเผยข้อมูลการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ดีเกินคาดในไตรมาสแรก ซึ่งได้ช่วยคลายความวิตกเกี่ยวกับการชะลอตัวลงอย่างรุนแรงของเศรษฐกิจจีน ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลก

ข้อมูลเศรษฐกิจอื่นๆของจีนในเดือนมี.ค.บ่งชี้ว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนต่ำกว่าตัวเลขประมาณการเล็กน้อย แต่ยอดค้าปลีกปรับตัวขึ้น

ข้อมูลดังกล่าวหนุนความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นต่อสินทรัพย์ของตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย ขณะที่สกุลเงินภูมิภาคส่วนใหญ่และตลาดหุ้นปรับตัวขึ้น

"เราอาจเห็นเงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ในเอเชียมากขึ้น ขณะที่ข้อมูลในวันนี้ได้คลายความวิตกเกี่ยวกับจีน" นักวิเคราะห์ กล่าว

"นอกเสียจากว่า นางเยลเลนจะส่งสัญญาณที่แข็งแกร่งในคืนนี้ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ สกุลเงินเอเชียก็อาจจะแข็งค่าขึ้นต่อไป" นางปาร์คกล่าวเสริม

หุ้นยุโรปเปิดตลาดพุ่งเกือบ 1%

ด้านตลาดหุ้นยุโรปพุ่งขึ้นในช่วงเปิดตลาดเช่นเดียวกัน หลังจากตลาดรับรู้ข้อมูลเศรษฐกิจจีน

ดัชนี FTSEurofirst 300 ของหุ้นกลุ่มบลูชิพทั่วยุโรป พุ่งขึ้น 0.9% มาที่ 1,319.08 หลังจากที่ทะยานขึ้น 16% ใน ปีที่แล้ว แตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 6 ปีที่ 1,355.29 ในเดือนนี้

ส่วนดัชนี Euro STOXX 50 สำหรับหุ้นกลุ่มบลูชิพของยูโรโซน พุ่งขึ้น 1% มาที่ 3,122.50

โบรกเกอร์ กล่าวว่าเศรษฐกิจจีนไม่ได้ชะลอตัวมากเกินไป ซึ่งถือเป็นข่าวดี