วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปตท.สผ.สรุปซื้อเฮสส์ดันปิโตรเลียมขึ้น4%

ปตท.สผ.สรุปซื้อเฮสส์เม.ย. ดันผลิตปิโตรเลียมขึ้น4%

ปตท.สผ.คาดสรุปซื้อหุ้นโครงการไพลิน และภูฮ่อมที่กลุ่มเฮสส์ ถืออยู่สิ้นเดือนนี้ หนุนกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 1 หมื่นบาร์เรลต่อวัน หรือ เพิ่มขึ้นจากแผนอีก 3-4% เผยมีเงินทุนพร้อม เพราะอยู่ในงบการลงทุน1-2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แย้มการแผนการขายหุ้นแหล่งมอนทารา เป็นเรื่องปกติของธุรกิจ ด้านโบรกเกอร์กำไรไตรมาสแรก 1.33 หมี่นล้านบาท

น.ส.เพ็ญจันทร์ จริเกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินและการบัญชี บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือปตท.สผ. (PTTEP) เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าจะสรุปการซื้อสินทรัพย์ของกลุ่มเฮสส์ (HESS) ในไทยทั้งหมดภายในเดือนนี้ ซึ่งจะทำให้มีกำลังการผลิตเพิ่มเข้ามาอีกประมาณ 1 หมื่นบาร์เรลต่อวัน หรือมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 3-4% จากเดิมที่คาดการณ์ว่ากำลังการผลิตปีนี้จะเพิ่มขึ้นประมาณ 10% หรือรวมเป็น 13-14% จากปีก่อนหน้า

ทั้งนี้สินทรัพย์ของกลุ่มเฮสส์ในไทย ประกอบด้วยการถือหุ้นในสัดส่วน 15% ของโครงการไพลิน และถือหุ้นในสัดส่วน 35% ในโครงการภูฮ่อม โดยบริษัทมีความตั้งใจที่จะซื้อหุ้นทั้งหมดที่เฮสส์ถืออยู่ สำหรับมูลค่าของการซื้อหุ้นในครั้งนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่บริษัทได้เตรียมเงินทุนไว้พร้อมแล้ว ซึ่งอยู่ในงบการลงทุนในเชิงกลยุทธ์ที่เตรียมไว้ประมาณ 1-2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3-6 หมื่นล้านบาท

สำหรับกระแสข่าวการขายหุ้นแหล่งมอนทาราในประเทศออสเตรเลียนั้น เธอกล่าวว่า เป็นเรื่องปกติของธุรกิจผลิตและสำรวจปิโตรเลียม ที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่นิยมถือหุ้นในแหล่งใดแหล่งหนึ่ง 100% เพื่อกระจายความเสี่ยง อย่างไรก็ตามบริษัทก็จะดูเรื่องผลตอบแทนเป็นหลักหากได้ราคาก็อาจจะขาย แต่หากถือไว้แล้วเป็นประโยชน์มากกว่า ก็ไม่รีบร้อนดำเนินการ

"ตามปกติของธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม จะมีการจัดลำดับความสำคัญของโครงการที่ได้ลงทุนไปแล้ว แล้วมาพิจารณาเรื่องการถือหุ้นและการให้ผลตอบแทน หากโครงการใดสามารถขายหุ้นได้ราคาดี แล้วมีโอกาสที่จะไปลงทุนในโครงการอื่นที่มีโอกาสได้ผลตอบแทนดีกว่า ก็จะขายหุ้นออกบางส่วน เพื่อเก็บสภาพคล่องไว้ ข่าวการขายหุ้นแหล่งมอนทารา ก็เป็นเรื่องปกติของธุรกิจ"

นักวิเคราะห์จาก บล.เคจีไอ มองว่า ปตท.สผ.มีโอกาสสูงมากที่จะเข้าซื้อหุ้น ในโครงการสองแห่งที่ทำการผลิตในประเทศไทยซึ่งได้แก่ ไพลิน และสินภูฮ่อม จากเฮสส์ คอร์ปอเรชั่น โดยเชื่อว่าบริษัทจะสามารถซื้อหุ้นได้สำเร็จและเพิ่มปริมาณยอดขายได้ หากสำเร็จจะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นในโครงการไพลินก็จะเพิ่มขึ้นจาก 45% เป็น 60%และในโครงการสินภูฮ่อมจาก 20% เป็น 55% เราคาดว่าการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มในแหล่งผลิตทั้งสองนี้จะส่งผลให้ปริมาณยอดขายเพิ่มขึ้นอีก 1.2 หมื่นบาร์เรลต่อวัน

ด้านนักวิเคราะห์จากบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ประเมินกำไรไตรมาส 1 ปีนี้ของปตท.สผ.อยู่ที่ 1.33 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.6 % จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 34.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลมาจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน จากไตรมาสก่อนที่ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน สำหรับปริมาณขายคาดอยู่ที่ 2.93 แสนบาร์เรลต่อวัน ลดลง 2% จากไตรมาสก่อน แต่ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1.1% มาอยู่ที่ระดับ 65.2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ทั้งนี้ได้ปรับลดประมาณการกำไรปี 2557-2558 ลง 1.4% และ-4% เหลือ 6.46 หมื่นล้านบาท และ 6.65 หมื่นล้านบาทตามลำดับ ตามการปรับสมมุติฐานปริมาณขายลง 2.3-4.8% เหลือ 3.18 แสนบาร์เรล และ 3.42 แสนบาร์เรลต่อวัน ตามลำดับ สอดคล้องกับแผนการผลิตล่าสุดของโครงการเคเคดี มอนทารา และซอติก้า

"สำหรับการซื้อสินทรัพย์ของเฮสส์ในประเทศไทยนั้น ซึ่งหากชนะการประมูลจะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 1 หมื่นบาร์เรลต่อวัน หรือ 3% ของเป้าหมายการขายในปีนี้ที่ระดับ 3.25 แสนบาร์เรล และเชื่อว่าตลาดจะตอบรับในเชิงบวกต่อ หากบรรลุข้อตกลง เนื่องจากเป็นโครงการในประเทศ ที่ปตท.สผ. มีสัดส่วนการลงทุนอยู่แล้วทั้ง 2 โครงการ"