วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศก.คู่ค้าฟื้นดันสินค้าเกษตรราคาพุ่ง

ประเมินราคาสินค้าเกษตรครึ่งปีหลังขยับสูงขึ้นทุกสาขา ตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก คาดผลผลิต-ราคาพืชผลเกษตร ขยายตัว

สศก. ประเมินราคาสินค้าเกษตรครึ่งปีหลังขยับสูงขึ้นทุกสาขา ตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก คาดผลผลิต-ราคาพืชผลเกษตร ขยายตัว 2.5-3.5% ส่วนปศุสัตว์ขยายตัว 1.5-2.5% ส่งผลราคาในประเทศขยับตาม แต่เตือนภัยแล้งเป็นปัจจัยเสี่ยง ขณะที่นักวิเคราะห์ประเมินธุรกิจอาหารขนาดใหญ่ปีนี้ กำไรโต 57%

นายอนันต์ ลิลา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่าเศรษฐกิจการเกษตร ปี 2557 ประมาณการว่าจะขยายตัว อยู่ในช่วง 2.3-3.3% เนื่องจากผลผลิตพืชที่สำคัญ เช่น ข้าวนาปี อ้อยโรงงาน ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ผลไม้ ไก่เนื้อ สุกร ไข่ไก่ และ น้ำนมดิบ รวมถึงการผลิตกุ้งทะเลเพาะเลี้ยง

"การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลัก สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป หรืออียู และญี่ปุ่น รวมทั้ง ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงในระดับที่เหมาะสม จะทำให้การส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์มีทิศทางที่ดีขึ้น ส่งผลต่อเนื่องให้ราคาสินค้าเกษตรภายในประเทศปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย"

อย่างไรก็ตาม การผลิตทางการเกษตรในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2557 ยังคงมีความเสี่ยงอย่างมากจากภาวะภัยแล้ง รวมถึงปัญหาฝนทิ้งช่วงที่อาจยาวนานไปจนถึงต้นฤดูเพาะปลูกในเดือนพ.ค. ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้กับผลผลิตสินค้าเกษตร

ทั้งนี้ ปัจจัยเสี่ยงที่จะส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจการเกษตร ตั้งแต่ไตรมาส 2 ถึงสิ้นปี ที่น่าเป็นห่วงยังเป็นปัญหาภัยแล้ง ภาวะเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจการเกษตรโลก ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก และ อัตราแลกเปลี่ยน

ในส่วนของภัยแล้งจากการประเมินเบื้องต้น พบความเสียหายด้านพืชมากที่สุด โดยเฉพาะสินค้าข้าว พื้นที่เสียหาย 310,348 ไร่ ปริมาณผลผลิต 104,485.00 ตัน มูลค่า 1,265.00 ล้านบาท ส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมที่แท้จริง มูลค่า 250.95 ล้านบาท หรือ 0.0579% ของจีดีพีภาคการเกษตร

ประเมินศก.โลกฟื้นตัวครึ่งปีหลัง

ด้านภาวะเศรษฐกิจโลก สศก.วิเคราะห์ว่า แนวโน้มจะขยายตัวต่อเนื่องจากช่วงครึ่งหลังของปี 2556 โดยเป็นผลจากการฟื้นตัวของประเทศเศรษฐกิจหลัก เช่น เศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งฟื้นตัวดีขึ้นจากการขยายตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ ที่ได้รับแรงหนุนซึ่งส่วนหนึ่งจากการบรรลุข้อตกลงทางด้านงบประมาณ

สำหรับเศรษฐกิจยูโรโซนยังคงอ่อนแอ และมีการฟื้นตัวอย่างช้าๆ จากจุดต่ำสุดเมื่อปี 2556 โดยที่อัตราการว่างงาน ก็ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่เศรษฐกิจญี่ปุ่น ขยายตัวได้ต่อเนื่องเช่นกัน เพราะว่ามีการใช้มาตรการกระตุ้นทางการคลังชั่วคราวของรัฐบาล

ในส่วนของเศรษฐกิจจีนขยายตัวชะลอลง เพราะการออกนโยบายปรับสมดุลทางด้านเศรษฐกิจ เพื่อลดความร้อนแรงของภาคอสังหาริมทรัพย์ ทำให้การลงทุนและการใช้จ่ายภายในประเทศชะลอตัวลงสำหรับเศรษฐกิจของอาเซียน 5 ประเทศ คืออินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และ เวียดนาม ยังขยายตัวได้ดีจากปี 2556

คาดผลผลิต-ราคาสินค้าเกษตรขยับขึ้น

นายอนันต์ ยังกล่าวว่า ผลผลิตและราคาสินค้าเกษตรในช่วงไตรมาสที่ 2 จนถึงสิ้นปี ในส่วนของสาขาพืช จะขยายตัวอยู่ในช่วง 2.5-3.5% โดยพืชที่มีผลผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวนาปี อ้อยโรงงาน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน รวมทั้งผลไม้ที่สำคัญ เช่น ลำไย ทุเรียน และ เงาะ ในส่วนของพืชที่มีปริมาณผลผลิตลดลง ได้แก่ ข้าวนาปรัง มันสำปะหลัง สับปะรดโรงงาน และ มังคุด

ด้านราคา คาดว่าราคาพืชที่มีแนวโน้มลดลง ได้แก่ ข้าว อ้อยโรงงาน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และ ยางพารา เนื่องจากอุปทานสินค้าเกษตรภายในประเทศและตลาดโลกที่มีอยู่มาก สำหรับราคาพืชที่คาดว่าจะอยู่ในเกณฑ์ดี ได้แก่ มันสำปะหลัง สับปะรดโรงงาน ปาล์มน้ำมัน และผลไม้ที่สำคัญ เช่น ลำไย ทุเรียน มังคุด และ เงาะ

ปศุสัตว์สดใสทั้งราคา-ตลาดฟื้นตัว

สาขาปศุสัตว์ จะขยายตัวอยู่ในช่วง 1.5-2.5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยการผลิตปศุสัตว์ทั้งไก่เนื้อ ไข่ไก่ สุกร และ โคนม มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากการพัฒนาการเลี้ยงและการบริหารจัดการที่เป็นมาตรฐานมากขึ้น มีระบบการควบคุมดูแลและเฝ้าระวังโรคระบาด

นอกจากนี้ ระดับราคาสินค้าปศุสัตว์ที่อยู่ในเกณฑ์ดี ประกอบกับความต้องการของตลาดในประเทศและต่างประเทศ และราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ลดลง ทำให้เกษตรกรสามารถขยายการเลี้ยงเพิ่มขึ้นได้

ราคาสินค้าปศุสัตว์โดยรวมในปี 2557 คาดว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยราคาสุกรและไข่ไก่อาจปรับตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้น ส่วนราคาไก่เนื้อและน้ำนมดิบ คาดว่าจะทรงตัวในระดับใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา

การส่งออกสินค้าปศุสัตว์ในปี 2557 คาดว่าจะขยายตัวได้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีทิศทางเติบโตได้มากขึ้น ประกอบกับความเชื่อมั่นในมาตรฐานการผลิตและคุณภาพสินค้าของไทย ทำให้ความต้องการบริโภคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยการส่งออกสินค้าเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์ยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ดี ทั้งตลาดสหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของไทย

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นได้อนุญาตให้นำเข้าไก่สดจากไทย คาดว่าจะสามารถส่งออกไก่สดได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ตลาดกลุ่มตะวันออกกลางก็มีแนวโน้มความต้องการเนื้อไก่เพิ่มขึ้น ขณะที่การส่งออกนมและผลิตภัณฑ์ ยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีในตลาดอาเซียน

สาขาประมง คาดว่าจะขยายตัวในช่วง 0.5-1.5% เนื่องจากคาดว่าสถานการณ์การระบาดของโรค EMS จะปรับตัวดีขึ้น ผลผลิตกุ้งจะเริ่มทยอยออกสู่ตลาดมากขึ้นในช่วงกลางปี ในขณะที่ราคากุ้ง คาดว่าจะอยู่ในเกณฑ์ดี เนื่องจากผลผลิตกุ้งที่ออกสู่ตลาดอาจยังคงน้อยกว่าระดับปกติ ประกอบกับเกษตรกรมีการวางแผนการผลิตที่ดี ผลผลิตที่ได้ ตรงตามความต้องการของตลาด

คาดกำไรกลุ่มอาหารปีนี้ โต 57%

นักวิเคราะห์จาก บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจอาหารปีนี้ยังมีการเติบโตต่อเนื่อง ทั้งธุรกิจอาหารสัตว์บก และสัตว์น้ำ คาดว่ากำไรกลุ่มอาหารขนาดใหญ่ในปีนี้จะเติบโตประมาณ 57% จากปีที่ผ่านมา โดยช่วงไตรมาสแรก กลุ่มสัตว์บกจะเติบโตโดดเด่น จากราคาไก่และหมูที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนไม่เพิ่มขึ้น เพราะยังมีสต็อกเก่าอยู่ 3-6 เดือน ทำให้อัตราการทำกำไร หรือมาร์จินเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจสัตว์บกจึงได้ประโยชน์มากกว่า เช่น บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือ ซีพีเอฟ (CPF) และบริษัท จีเอฟพีที (GFPT)

ขณะที่ธุรกิจสัตว์น้ำ คือ กุ้ง ยังไม่ฟื้นตัว เนื่องจากในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. ที่ผ่านมา อากาศค่อนข้างหนาว ทำให้มีการลงกุ้งไม่มาก เพราะมีความเสี่ยงที่จะรอดน้อย ปริมาณกุ้งในตลาด หรือซัพพลายจึงมีไม่มาก ประกอบกับปกติในช่วงนี้เป็นช่วงโลว์ซีซันของธุรกิจกุ้งอยู่แล้ว

ช่วงไตรมาส 2 ภาพธุรกิจจะกลับกัน ธุรกิจฟาร์มสัตว์บกอ่อนตัว จากราคาที่เริ่มอ่อนตัว เพราะมีคนขยายฟาร์มมากขึ้น ประกอบกับต้นทุนในการเลี้ยงสูงขึ้น จากความกังวลเรื่องปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่ทั้งร้อนและทำให้มีอาหารสัตว์ออกสู่ตลาดน้อยลง มาร์จินของธุรกิจจึงอ่อนตัว ตรงกันข้ามกับธุรกิจกุ้งที่จะเห็นการฟื้นตัวชัดเจน ส่งผลดีต่อบริษัท บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ หรือ ทียูเอฟ (TUF)

"ความเสี่ยงของธุรกิจอาหาร อยู่ที่ราคาวัตถุดิบ เพราะหากว่าสภาพอากาศไม่ดี ซัพพลายอาหารสัตว์ หรือวัตถุดิบก็น้อยลง ส่วนอัตราแลกเปลี่ยน มองว่าอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ประเมินทั้งปีอยู่ที่ระดับ 32-33 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ส่งผลต่อธุรกิจไม่มาก เพราะว่าธุรกิจอาหารผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจค่อนข้างน้อยอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นสินค้าที่จำเป็น ไม่ว่าเศรษฐกิจดี หรือไม่ดี ก็ต้องมีการบริโภค"