แบงก์ทหารไทย-กรุงเทพ เผยสินเชื่อไตรมาสแรกติดลบตามภาวะเศรษฐกิจชะลอจากการเมือง "โฆสิต"คาดจุดต่ำสุดแล้ว
สถานการณ์ทางการเมืองที่ยืดเยื้อ เริ่มส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่ชัดเจนขึ้น รวมทั้งการลงทุนภาครัฐใหม่ๆ ไม่สามารถดำเนินการได้ ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งเริ่มทยอยปรับลดเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อในปีนี้ลง โดย ธนาคารกรุงไทยลดเป้าการเติบโตสินเชื่อในปีนี้เหลือ 4% จากเดิม 8-9% ธนาคารไทยพาณิชย์ปรับลดเหลือ 5-6% จากเดิมที่่ประเมินว่าจะเติบโตได้ในเลข 2 หลัก
นอกจากนี้ ธนาคารกสิกรไทย ได้ปรับลดเป้าสินเชื่อปีนี้ลงเหลือ 4-5% จากเดิมที่ประเมินว่าจะเติบโตได้ 9-11% ขณะที่ธนาคารกรุงเทพ เป็นเพียงธนาคารพาณิชย์รายเดียวที่ยังไม่มีการปรับลดเป้าการเติบโตของสินเชื่อลง เนื่องจากมีการประเมินการเติบโตไว้ต่ำอยู่แล้วที่ระดับ 5-6% อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารกรุงเทพ เริ่มออกมายอมรับว่า ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันทำให้สินเชื่อไตรมาสแรกปีนี้ เริ่มหดตัวลงบ้างแล้ว
ทีเอ็มบีชี้สินเชื่อชะลอรับศก.หดตัว
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย หรือ ทีเอ็มบี เปิดเผยว่า ภาพรวมการปล่อยสินเชื่อของธนาคารทหารไทยในไตรมาสแรกปี 2557 นั้น ถือว่าเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจที่มีการหดตัว โดยไตรมาสแรกยังเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของการปล่อยสินเชื่อ และการลงทุนของภาคเอกชนมีไม่มาก ขณะที่แนวโน้มหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) เพิ่มขึ้นบ้างแต่ ไม่มีนัยสำคัญ เพราะมีการตั้งสำรองพิเศษและเพียงพอแล้วในปีที่ผ่านมา ซึ่งปีนี้ คาดว่าจะกลับมาตั้งสำรองในระดับปกติตามคุณภาพสินเชื่อ
"ธุรกิจแบงก์ก็สะท้อนภาพภาวะเศรษฐกิจ โดยเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 หดตัว สินเชื่อของธนาคารก็เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และมีตัวขับเคลื่อน เพียงตัวเดียว คือการส่งออก" นายบุญทักษ์กล่าว
อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามภาวะเศรษฐกิจและการเมืองในระยะต่อไป ซึ่งคาดว่าสถานการณ์การเมืองจะคลี่คลายได้ในครึ่งหลังปีนี้ โดยเบื้องต้นธนาคารได้ ปรับลดเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อลงมาเหลือระดับ 8% เมื่อเทียบกับสินเชื่อทั้ง ระบบที่คาดโต 6-8% ซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจที่คาดโต 1.0-2.9%
นายบุญทักษ์กล่าวด้วยว่า ธนาคารตั้งเป้าหมายจะลดเอ็นพีแอล เหลือ 3.5% ในสิ้นปีนี้ จาก 3.7-3.8% ในสิ้นปีก่อน เพราะฐานเอ็นพีแอล ของธนาคารเป็นฐานที่สูง แม้ แนวโน้มเอ็นพีแอลทั้งระบบจะเพิ่มขึ้น แต่ธนาคารก็มีแผนลดเอ็นพีแอลด้วยการปรับ โครงสร้างหนี้และขายหนี้เอ็นพีแอลออกไป
กรุงไทยคาดสินเชื่อชะลอไตรมาส 2-3
นายวรภัคธันยาวงษ์ กรรมการผู้จ้ดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทยกล่าวว่า การดำเนินธุรกิจของธนาคารในไตรมาสแรกยังเติบโตได้ทั้งสินเชื่อและเงินฝากเมื่อเทียบกับปลายปี 2556 และช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ทั้งปีนี้คาดว่าจะชะลอตัวลงไปตามเครื่องยนต์เศรษฐกิจทุกตัวที่ชะลอตัวลง ทั้งการค้า การลงทุน การขอรับการส่งเสริมกับบีโอไอ หรือสถานการณ์เงินทุนไหลเข้าออก ขณะที่ปัญหาการเมืองก็ยังมีอยู่ส่งให้โครงการการลงทุน 2 ล้านล้านต้องชะลอไป รวมทั้งโครงการรับจำนำข้าวก็ยังค้างจ่ายเงินเป็นแสนล้านบาท
อย่างไรก็ตามสินเชื่อที่ขยายตัวได้ในไตรมาสแรก เนื่องจากเป็นความต้องการต่อเนื่องจากปลายปีที่แล้ว แต่หากมองไปไตรมาส 2-3 ของปีนี้ มีทิศทางที่สินเชื่อจะชะลอตัวลงจากไตรมาสแรก เนื่องจากปัจจัยเศรษฐกิจและการเมืองเริ่มส่งผลกับสินเชื่อแล้ว ขณะที่ตัวเลข ธปท.สะท้อนว่าเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น แต่ธนาคารอยู่ในระหว่างการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำธุรกิจ ทำให้เกิดการขลุกขลักในการให้สินเชื่อทำให้สินเชื่อไม่ขยายตัวมากนักไตรมาส 2- 3
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่สุดของไทย เปิดเผยว่า การขยายสินเชื่อในไตรมาสแรกของปีนี้ ติดลบเล็กน้อยตามภาวะโดยรวมของประเทศ ประกอบกับช่วงไตรมาสแรกเป็นช่วงที่สินเชื่อขยายตัวต่ำตามฤดูกาลด้วย โดยภาวะเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปีที่ผ่านมา แต่เชื่อว่าผลประกอบการจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก และในช่วงที่เหลือของปีสินเชื่อจะกระเตื้องขึ้นมาได้และกลับมาขยายตัวได้ตามเป้าหมาย 5-6% โดยเชื่อว่าไตรมาสแรกจะเป็นจุดต่ำสุดของสถานการณ์ทางการเมืองไปแล้ว และไตรมาส 2 เชื่อว่าการขยายสินเชื่อจะฟื้นตัวกลับมาดีขึ้นได้
ลุ้นส่งออก-ท่องเที่ยวฟื้นขับเคลื่อนศก.
เขายังกล่าวอีกว่าในช่วงที่เหลือของปีภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวจะเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ โดยภาคเอกชนทั้งหลายต้องช่วยกันสนับสนุนการส่งออกที่ถือเป็นโอกาสของประเทศ และมีความคืบหน้าของต่างประเทศ ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านก็ยังเติบโตได้ดีอยู่เกือบทุกประเทศ อย่างไรก็ตามหวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น เพราะการไม่มีรัฐบาลก็ถือว่าเป็นปัญหาอยู่แล้วหากมีเหตุการณ์รุนแรงขึ้นมาจะมีปัญหามากขึ้น กระทบกับภาคการท่องเที่ยวได้ แต่หากไม่มีความรุนแรงเชื่อว่าภาคการท่องเที่ยวน่าจะฟื้นตัวได้ และทำให้เศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวได้ในระดับ 3%
"การชะลอตัวทางเศรษฐกิจกดดันความต้องการในประเทศให้อ่อนตัวลงต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปีที่แล้ว จากนโยบายประชานิยม ที่ยังส่งผลต่อเนื่องไปอีก 4-5 ไตรมาส โอกาสจึงอยู่ที่การส่งออก หากไม่มีเหตุการณ์รุนแรง ส่วนการเบิกจ่ายภาครัฐยังมีงบประจำที่ยังใช้ต่อเนื่องได้ แต่การลงทุนภาครัฐไม่ได้มีผลอะไรมาก ขณะเดียวกันภาคเอกชนมีการปรับตัวตลอดเวลาทำให้ยังมีความต้องการด้านการเงินเพื่อสนับสนุนการขยายงานไปต่างประเทศ การส่งออกและการซื้อกิจการในต่างประเทศ"
ในส่วนของความทนทานต่อระบบเศรษฐกิจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนั้นเชื่อว่าผู้ประกอบการมีความเข้าใจในสถานการณ์เป็นอย่างดี และธนาคารได้ส่งสัญญาณเตือนตั้งแต่ต้นปีแล้วว่าให้ดูแลเรื่องสภาพคล่องให้ดี ซึ่งลูกค้าที่เข้าใจก็จะได้รับผลกระทบไม่มากนัก สำหรับคุณภาพหนี้ของธนาคารมีแนวโน้มที่เอ็นพีแอลจะเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปีที่ผ่านมาตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจ แต่ยังอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวล
ธปท.ระบุ 2 เดือนสินเชื่อยังโต 10%
นางสาลินี วังตาล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า จากการสำรวจการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ พบว่า ช่วง 2 เดือนแรกของปี 2557 ยังมีการเติบโตในระดับ 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และหากเทียบแบบเดือนต่อเดือนก็พบว่า ยอดการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบในเดือนก.พ.เทียบเดือนม.ค.2557 ยังขยายตัวประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท
"ตัวเลขที่เรามีไม่ได้ติดลบ ซึ่งถ้าดูตัวเลขเฉลี่ยช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ ก็ยังโตประมาณ 10% หรือถ้าจะดูแบบเดือนต่อเดือน ในเดือนก.พ.2557 ก็เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 3.2 หมื่นล้านบาท ดังนั้นภาพรวมจึงไม่ได้ติดลบ ส่วนแต่ละแบงก์จะเป็นอย่างไรนั้น คงต้องไปดูในรายละเอียดอีกที"นางสาลินีกล่าว
สำหรับแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อในปีนี้ เท่าที่สำรวจการคาดการณ์ของธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่ง พบว่าส่วนใหญ่ประเมินการเติบโตไว้ที่ระดับ 6-8% ขณะที่คุณภาพสินเชื่อโดยรวมถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดี แม้ระดับเอ็นพีแอล จะปรับขึ้นมาบ้าง แต่โดยรวมยังอยู่ระดับที่ต่ำ
นางสาลินี กล่าวว่า สินเชื่อที่มีปัญหาส่วนใหญ่ เป็นสินเชื่อของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) แต่อย่างไรก็ตามมูลค่าของสินเชื่อกลุ่มนี้โดยรวมไม่ได้สูงมาก ซึ่งมั่นใจว่าจะไม่กระทบต่อเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินอย่างแน่นอน
“ด้วยสถานการณ์อย่างนี้ จะบอกว่าสินเชื่อไม่มีปัญหาเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่สินเชื่อที่มีปัญหาส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อเอสเอ็มอี ซึ่งกลุ่มนี้มีจำนวนรายที่มาก แต่ถ้านับเป็นมูลค่าแล้วถือว่ามีสัดส่วนที่น้อย ไม่กระทบต่อระบบสถาบันการเงินอย่างแน่นอน และที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์เองก็ให้การช่วยเหลือกับลูกค้ากลุ่มนี้อย่างใกล้ชิด”นางสาลินีกล่าว
จากการสำรวจข้อมูลรายงานเศรษฐกิจและการเงินรายเดือน ประจำเดือนม.ค.และก.พ.2557 พบว่า สินเชื่อภาคเอกชนของสถาบันรับฝากเงินยังมีการเติบโต โดยในเดือนม.ค.2557 อัตราการเติบโตอยู่ที่ 9.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และในเดือนก.พ.2557 มีอัตราการเติบโตที่ 8.6%
อย่างไรก็ตามการเติบโตของสินเชื่อภาคเอกชนของสถาบันการเงินในช่วงที่ผ่านมา ถือว่ามีอัตราการชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นปี 2556 อัตราการเติบโตโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 10% ลดลงจากปี 2555 ที่เติบโต 15.3% และปี 2554 ที่เติบโต 16.5%








