วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แบงก์ลุ้นสินเชื่อไตรมาส3ฟื้น

แบงก์พาณิชย์ หวังสินเชื่อเริ่มฟื้นไตรมาส 3 หากการส่งออกกลับมาดี เผย "กรุงเทพ" คงเป้าเติบโตสินเชื่อปีนี้ที่ 5-7% "กสิกรไทย" หั่นเป้าเหลือ 8%

นายเดชา ตุลานันท์ รองประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า แม้ว่าเศรษฐกิจจะมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่ธนาคารยังคงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อในปีนี้ไว้ที่ระดับเดิม คือ 5-7% เนื่องจากเป็นการประมาณการไว้ในระดับไม่สูงมากนัก อย่างไรก็ตามภาวะเศรษฐกิจและการเมืองที่ไม่มีความชัดเจนในขณะนี้ธนาคารคาดว่าทิศทางสินเชื่อในไตรมาส 2 คงยังไม่ฟื้นตัวมากนัก แต่มีความหวังว่าในไตรมาส 3 อาจจะเห็นสินเชื่อกลับมาขยายตัวได้ หากการส่งออกยังขยายตัวได้ดี ทั้งนี้ ธนาคารมีฐานลูกค้ากลุ่มน้ำตาล ข้าว มันสำปะหลังและสิ่งทอถือเป็นโอกาสที่ดี

ด้าน นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ทิศทางการขยายสินเชื่อในปีนี้มีแนวโน้มชะลอตัวลงทั้งระบบ ทำให้หลายธนาคารปรับลดเป้าหมายสินเชื่อลง ซึ่งก่อนหน้านี้ธนาคารได้ลดเป้าหมายสินเชื่อลงจาก 9-11% เป็น 8%เช่นกัน แต่ในช่วงครึ่งปีหลังหวังว่าสถานการณ์ต่างๆ จะดีขึ้น สนับสนุนการขยายสินเชื่อให้เพิ่มขึ้นได้ โดยเฉพาะทิศทางการส่งออกมีแนวโน้มการฟื้นตัวได้ดีทำให้ธุรกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออกจะขยายตัวได้ดีเช่นกัน ส่งผลให้การทำธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ (Trade finance) ขยายตัวได้ดีตามไปด้วย โดยเฉพาะการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (เออีซี)ในปี 2558 จะสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศอีกด้วย

นอกจากนี้สินเชื่อที่โตลดลงยังทำให้การแข่งขันเงินฝากลดลงไปด้วย ต้นทุนเงินฝากจึงปรับลดลงตาม ซึ่งความสามารถในการทำกำไรของธนาคารในปีนี้แม้จะลดต่ำกว่าเป้าหมายเดิม แต่ยังมีการเติบโตได้เล็กน้อยหากเทียบกับปีที่ผ่านมา

ในส่วนของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)นั้นยอมรับว่ามีโอกาสปรับขึ้นเล็กน้อย แต่ธนาคารจะพยายามควบคุมระดับหนี้เสียให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 2.2% จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 2.1% ส่วนการตั้งสำรองในปีนี้ธนาคารมองว่าจะเป็นการตั้งสำรองตามปกติ เนื่องจากในปีที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท) มีนโยบายให้ธนาคารพาณิชย์ตั้งสำรองไว้ในระดับสูงเพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทำให้สำรองที่มีอยู่เพียงพอมาถึงปีนี้ ได้โดยไม่ต้องสำรองพิเศษ ทั้งนี้ในปีนี้คาดว่าธนาคารจะตั้งสำรองไม่เกิน 3,000 ล้านบาท

ด้าน นายโนริอากิ โกโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ในปีนี้ธนาคารตั้งเป้าหมายสินเชื่อไว้ที่ระดับ 7-9% จากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ที่ระดับ 9% บนสมมติฐานการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ปรับลดลงเหลือ 2.5-3.0% เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองและภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้ธนาคารต้องปรับประมาณการดังกล่าว แม้ว่าในช่วงไตรมาสแรกไตรมาสแรกสินเชื่อของธนาคารชะลอตัวลง เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ของปีก่อนแต่ก็ยังสามารถขยายตัวได้ตามเป้าหมาย

“เราปรับเป้าหมายดังกล่าวจริง เพื่อเป็นกรอบที่กว้างขึ้น แต่ยังคงตัวเลขเดิมไว้ที่ 9% เพราะไตรมาสแรกเรายังโตได้ตามเป้าหมาย แต่ความไม่แน่นอนทางการเมืองทำให้เศรษฐกิจคงยังไม่ฟื้นมากนัก ซึ่งที่ผ่านมาหลายธนาคารก็ได้มีการปรับเป้าหมายไปแล้ว”

สำหรับโอกาสที่สินเชื่อจะขยายตัวได้ในช่วงที่เหลือของปีจะมาจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และเอสเอ็มอีเป็นหลัก เนื่องจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวนั้นหากเป็นลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่จะมีความทนทานต่อภาวะเศรษฐกิจได้มากกว่า ขณะที่ความต้องการของลูกค้ารายใหญ่ยังมีอยู่มาก โดยเฉพาะการออกไปลงทุนในต่างประเทศที่ลูกค้ารายใหญ่จะมีโอกาสในการขยายตัวมากกว่า

“ความต้องการทางการเงินของลูกค้ารายใหญ่ยังมีอยู่ ซึ่งบริษัทเหล่านี้มีการพึ่งพิงตลาดต่างประเทศ และในภาวะขณะนี้การขยายตัวในต่างประเทศยังดีอยู่”

ในส่วนของเอ็นพีแอลมีแนวโน้มขยับขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีก่อนและในไตรมาสแรกยังทรงตัว ซึ่งทิศทางของเอ็นพีแอลในช่วงที่เหลือของปีจะต้องขึ้นอยู่กับการชะลอตัวของเศรษฐกิจว่าจะยาวนานเพียงใดโดยในปีนี้ธนาคารมีเป้าหมายควบคุมเอ็นพีแอลไว้ที่ระดับ 2.5% ขณะที่แนวโน้มส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) จะปรับลดลงจาก 4.4% ในปีที่ผ่านมาเหลือ 4.2% หรืออาจต่ำกว่านี้เมื่อควบรวมกิจการกับธนาคารธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ (บีทีเอ็มยู) ที่จะทำให้พอร์ตสินเชื่อรายใหญ่เพิ่มขึ้น แต่เชื่อว่าจะไม่ลดลงไปต่ำกว่า 4% แน่นอน

ทั้งนี้การควบรวมกิจการดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่โดยเฉพาะลูกค้าชาวญี่ปุ่นให้เพิ่มขึ้น ช่วยสร้างสมดุลของพอร์ตสินเชื่อให้ดีขึ้น ปัจจุบันสินเชื่อธนาคารมาจากลูกค้ารายย่อย 50% เอสเอ็มอี 24% ที่เหลือ 26% เป็นลูกค้ารายใหญ่