วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ยรรยง'แจงปปช.ยันราคาจำนำหมื่นห้าไม่สูง

"ยรรยง" แจงป.ป.ช.กว่า 3 ชั่วโมง เผย 2 ประเด็นใหญ่ ยันราคาจำนำหมื่นห้าไม่สูง ย้ำ “ยิ่งลักษณ์” ไม่ปล่อยโกง ชี้ ยกเลิกโครงการไม่ได้

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ได้เข้าให้ถ้อยคำเป็นพยานในคดีจำนำข้าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง

นายยรรยง ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเดินทางมาให้ข้อมูลเชิงลึกต่อป.ป.ช.และพอใจที่ ป.ป.ช.ให้โอกาสรัฐบาลมาชี้แจง เนื่องจากปัจจุบันมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อโครงการรับจำนำข้าว ตนทำโครงการรับจำนำข้าวมาทุกรัฐบาลตั้งแต่รัฐบาลนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี มาจนถึงรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยกเว้นรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ทำโครงการประกันราคาและยืนยันว่าโครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ใช่โครงการใหม่ แต่มีการดำเนินการต่อเนื่องมาทุกรัฐบาล เพียงแต่มีการปรับราคาจำนำให้สูงขึ้นมาเท่านั้น

ส่วนประเด็นที่ ป.ป.ช.ได้สอบถามมี 2 ประเด็นหลัก 1.ทำไมให้ราคาจำนำข้าวสูงถึง 1.5 หมื่นบาทต่อตัน และรับจำนำทุกเม็ด ซึ่งตนได้ชี้แจงว่า เพราะรายได้ครัวเรือนของชาวนาสูงขึ้น ต้นทุนในผลิต 8,000-9,000 บาท จึงยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนาให้ดีขึ้น ซึ่งคิดว่าประเด็นนี้ ป.ป.ช.มีความเข้าใจ และยืนยันว่าราคาจำนำ 1.5 หมื่นบาท ไม่ใช่ราคาที่สูงเกินไป ถ้าเป็นภาษาจิ๊กโก๋เรียกว่า “มันไม่เว่อร์หรอก”

นายยรรยง กล่าวต่อว่า 2.ทำไมนายกรัฐมนตรีละเลย เพิกเฉย ไม่ระงับ ยับยั้งโครงการ ทั้งที่สังคมมองว่าทำให้เกิดความเสียหายอย่างมาก ตนได้ชี้แจงว่านโยบายรับจำนำข้าวเป็นนโยบายที่รัฐบาลใช้หาเสียง ซึ่งเป็นสัญญาประชาคมหากรัฐบาลไม่ทำก็จะมีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งนโยบายนี้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 84 (8) ที่กำหนดไว้ว่ารัฐบาลทุกรัฐบาลมีหน้าที่ทำให้เกษตรกรมีรายได้สูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และได้ชี้แจงว่ารัฐบาลพยายามป้องกันและติดตามตรวจสอบปราบปรามการทุจริต รวมทั้งตนได้อธิบายว่าการระงับโครงการทำไม่ได้เพราะอะไร และหากมีข้อบกพร่องจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีผู้เกี่ยวข้องและใช้งบประมาณจำนวนมาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว ได้ดำเนินการป้องกัน ตรวจสอบ และปราบปรามทุจริตอย่างต่อเนื่องจึงไม่ได้ละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่เกิดความเสียหายตามที่กล่าวหาแต่อย่างใด

ทั้งนี้ตัวเลขการขาดทุนที่ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำสินค้าเกษตรได้ระบุไว้นั้น ป.ป.ช.ได้สอบถาม ซึ่งยืนยันไปว่า ตัวเลขดังกล่าวยังไม่ยุติ ตัวเลขขาดทุนที่น.ส.สุภา ได้สรุปไว้นั้น ตนได้อธิบายกับป.ป.ช.ว่าอนุกรรมการฯดังกล่าว นายกฯเป็นคนแต่งตั้ง เราตั้งข้อสังเกตว่าความเห็นของคณะอนุกรรมการฯ มีจุดอ่อนอยู่มาก จึงขอโอกาสให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลังเป็นผู้ชี้แจง ทั้งนี้หลักการปิดบัญชี และความเสียหายมีเท่าไร ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของนักบัญชีรัฐบาลต้องการนำนักบัญชีคือนายพิชัย ชุณหวชิรนายกสภาวิชาชีพบัญชีแห่งประเทศไทยมาชี้แจง เนื่องจากการปิดบัญชีเป็นเรื่องเทคนิคที่ยาก จะปิดปีต่อปีไม่ได้

เมื่อถามถึงกรณีที่คณะกรรมการสรรหาป.ป.ช.มีมติเลือก น.ส.สุภา เป็น ป.ป.ช. นายยรรยง กล่าวว่า ไม่หนักใจอะไร ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเอง ท่านจะได้รับบทบาทที่กว้างขึ้น และเป็นคนละส่วนกัน