วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บจ.ดึงสินทรัพย์กลุ่มจีเอ็มเอส

ตลาดหลักทรัพย์ เผย เอกชนไทยสนใจนำสินทรัพย์ในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง ออกตั้งกอง "รีท" ปลายปีนี้ หวังดึงความสนใจต่างชาติเข้าลงทุน

นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นปีที่กองทรัสต์เพื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือ รีท (REITs) เริ่มเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งนอกจากจะมีการนำสินทรัพย์ในประเทศขายเข้ากองทุนแล้ว ยังมีบางบริษัทสนใจนำสินทรัพย์ที่อยู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง หรือ กลุ่มจีเอ็มเอส ขายเข้ากองทุนด้วย โดยคาดว่าจะมีการประกาศตั้งกองทุนได้ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการดึงการลงทุนของต่างชาติ เพราะต่างชาติเองสนใจลงทุนในกองรีทอยู่แล้ว ขณะที่กลุ่มจีเอ็มเอส ก็เป็นเป้าหมายที่ต่างชาติสนใจลงทุนเช่นกัน

นอกจากนี้ เขายังคาดว่า ภายในครึ่งปีแรกของปีนี้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เข้าใหม่จะเกิน 1 แสนล้านบาท จากเป้าทั้งปีที่ตั้งไว้ที่ 2.1 แสนล้านบาท จากบจ.ที่มีแผนจะเข้าตลาด 14 บริษัท เป็นบริษัทที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ (SET) 6 บริษัท เข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI) 5 บริษัท และเป็นกองทุนอสังหาริมทรัพย์อีก 3 กองทุน

“ภาพรวมครึ่งปีแรกของปีนี้ มีบริษัทที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยสูงกว่าปีที่ผ่านมา เพราะบริษัทส่วนหนึ่งรอเข้าตลาดตั้งแต่ปีที่ผ่านมา แต่ภาวะไม่เอื้อจึงมาเข้าตลาดในช่วงต้นปีนี้ โดยจากต้นปีจนถึงปัจจุบัน มีบริษัทที่เข้าตลาดแล้ว 7 บริษัท แยกเป็นเข้าตลาดหลักทรัพย์ 3 บริษัท เข้าตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ 2 บริษัท และเป็นกองทุนอสังหาริมทรัพย์ 2 บริษัท” นายชนิตรกล่าว

นอกจากบริษัทที่มีแผนจะเข้าตลาดชัดเจนแล้ว ยังมีบริษัทที่ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) และได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้วอีก 20-30 บริษัท ขณะเดียวกันคาดว่าจะมีบริษัทที่รอเปลี่ยนเป็นบริษัทมหาชน หลังปิดงบในช่วงเดือนพ.ค.นี้ และพร้อมที่จะยื่นไฟลิ่งกับก.ล.ต.อีกประมาณ 60 บริษัท แยกเป็น เข้าตลาดหลักทรัพย์ 30 บริษัท เข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ 20 บริษัท และเป็นกองทรัสต์เพื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือ รีท (REITs) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานรวมกันอีกประมาณ 10 กองทุน

ด้าน นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กร และการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ยังเป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างชาติ แม้ปัจจุบันดัชนีจะปรับขึ้นต่อเนื่องจากช่วงต้นปีกว่า 7% เข้าใกล้ระดับ 1,400 จุด ทำให้ราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 13 เท่า แต่ยังถือว่าถูกที่สุดในภูมิภาค เห็นได้จากการเข้าซื้อต่อเนื่อง ตั้งแต่ปลายเดือนมี.ค.มาจนถึงปัจจุบัน

นักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่ยังระมัดระวังในการเข้าซื้อหุ้นไทย เพราะยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก ที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ ได้ร่วมกับก.ล.ต. ในการเข้าพบนักลงทุนสถาบันในประเทศญี่ปุ่น และให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองไทย นักลงทุนสถาบันยังให้ความสนใจในตลาดหุ้นไทยอยู่ แต่กังวลในเรื่องความไม่นอนทางการเมือง

หลังจากนี้ตลาดหลักทรัพย์จะเดินสายออกโรดโชว์นักลงทุนต่างประเทศมากขึ้น ในเดือน พ.ค. และ มิ.ย.นี้ จะเดินสายโรดโชว์ในประเทศ ฮ่องกง สิงคโปร์ และหลังจากนั้นจะไปโรดโชว์ใน ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา สิ่งที่จะนำเสนอกับนักลงทุนต่างชาตินั้น จะเสนอเกี่ยวกับรายได้จากการส่งออกของบริษัทจดทะเบียนไทย ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง รวมไปถึงการเติบโตของกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง ที่บริษัทจดทะเบียนไทยมีรายได้จากกลุ่มประเทศดังกล่าวถึง 40 %