วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตลาดหุ้นเตรียมโรดโชว์เอเชีย-ยุโรป-อเมริกา

ตลาดหลักทรัพย์ เตรียมเดินสายโรดโชว์เอเชีย-ยุโรป-อเมริกา เดือน พ.ค. นี้ ชี้วอลุ่มการซื้อขายลดลง เพราะรายย่อยเก็งกำไรน้อย

นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือน พ.ค.เป็นต้นไป ตลท.จะร่วมกับบริษัทจดทะเบียน เดินสายนำเสนอข้อมูลให้กับนักลงทุนต่างชาติ โดยจะนำเสนอบจ.ที่มีรายได้จากการส่งออกเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันพบว่ากว่า 40% ของบจ.ไทย มีรายได้จากต่างประเทศ

ทั้งนี้ จะเริ่มจากฮ่องกง สิงคโปร์ ในเดือน พ.ค.-มิ.ย. หลังจากนั้นจะไปที่ประเทศญี่ปุ่น และในช่วงปลายปีจะไปสหรัฐอเมริกาและยุโรป

"ธีมที่เราจะนำบจ.ไปโรดโชว์ครั้งนี้จะเน้นเกี่ยวกับบริษัทส่งออก ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ถึงกว่า 40%จากจำนวนบจ.ทั้งหมดกว่า 600 บริษัทที่มีรายได้จากต่างประเทศ ซึ่งประเด็นนี้ถือว่าน่าสนใจ เพราะกลุ่มบจ.เหล่านี้จะยังคงมีความสามารถในการทำกำไรให้เติบโตได้ดี จากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แม้สภาวะการเมืองในประเทศยังอยู่ในความผันผวน" ดร.ภากร กล่าว

ส่วนสาเหตุที่ปริมาณการซื้อขายในปีนี้อยู่ในระดับ 3 หมื่นล้านบาทต่อวัน ลดลงจากปีก่อนที่อยู่ในระดับ 6 หมื่นล้านบาทต่อวัน เนื่องจากนักลงทุนรายย่อยมีการเก็งกำไรลดลง ในขณะที่กลุ่มนักลงทุนต่างประเทศและนักลงทุนสถาบันยังมีการซื้อขายอยู่ในระดับใกล้เคียงปีก่อน

"วอลุ่มที่หายไปถือว่าไม่น่าตกใจอะไร เนื่องจากเป็นการหายไปของแรงเก็งกำไรจากรายย่อย โดยนักลงทุนต่างชาติยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน ถ้าจะมีหายไปบ้างก็แค่ 15-20% ในบางช่วง แต่นักลงทุนรายย่อยหายไปกว่า 50% ขณะที่นักลงทุนสถาบันยังอยู่ในระดับปกติ เห็นได้จาก AUM ของบจ.ต่างๆที่ยังมีการเติบโตไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด ซึ่งการเก็งกำไรที่ลดลงสะท้อนถึงประสบการณ์และการมีความรู้ในตลาดทุนมากยิ่งขึ้นว่าควรจะลงทุนในช่วงไหน โดยไม่ผลีผลามและเข้าเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว และหากสถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลาย วอลุ่มน่าจะกลับมาคึกคักได้อีกครั้ง" นายภากร กล่าว

สำหรับกระแสเงินทุนจากต่างประเทศที่หมุนเวียนอยู่ในระบบตลาดทุนไทยในขณะนี้ มองว่าเป็นเม็ดเงินเพื่อเข้ามาลงทุนระยะยาว โดยเงินที่เข้ามาเก็งกำไรในระยะสั้นได้ทยอยออกไปเกือบหมดแล้วตั้งแต่มีการประกาศลดวงเงิน QE ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่ดีสะท้อนพื้นฐานของตลาดหุ้นไทยว่ายังเป็นที่ต้องการของนักลงทุนต่างชาติ

ขณะที่ระดับดัชนีในปัจจุบันมี P/E 13 เท่า แม้จะถือว่าสูงแต่ก็ยังต่ำกว่าตลาดในภูมิภาค เนื่องจากขณะนี้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกเริ่มดีขึ้น กระแสเงินทุนกระจายไปตามตลาดต่างๆทั่วโลกไม่ได้กระจุกตัวอยู่ในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งเหมือนที่ผ่านมา