วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สศช.รับส่งออกอาจหลุดเป้า5%จีดีพีโตต่ำ3%

สศช.ชี้การเมืองกระทบเศรษฐกิจ หวั่นจีดีพีโตต่ำ3% กระทบจ้างงานใหม่ รับส่งออกอาจหลุดเป้า5% กดจีดีพีต่ำ หลังสัญญาณ ม.ค.-ก.พ.ไม่ฟื้น

นายปรเมธี วิมลศิริ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า สศช.ได้ปรับลดประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจในปีนี้ลงจากเดิมคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) 4 - 5 % เหลือ 3 - 4% โดยรวมเอาปัจจัยต่างๆได้แก่ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐทั้งโครงการด้านการคมนาคมขนส่งและโครงการบริหารจัดการน้ำรวม 1.4 แสนล้านบาทที่มีแนวโน้มที่จะไม่ได้ลงทุนในปี 2557 ออกไปจากการคำนวณจีดีพี รวมทั้งรวมเอาผลกระทบจากการเมืองที่จะกระทบต่อการท่องเที่ยว การเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้บริโภคที่มีแนวโน้มจะลดลงอย่างต่อเนื่องเอาไว้แล้ว

จากการติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงต้นปี 2557 สศช.พบว่าตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจต่างๆยังไม่มีสัญญาณที่ดีขึ้นโดยเฉพาะภาคการส่งออกที่เดิม สศช.คาดว่าในปีนี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและคาดการณ์ว่าการส่งออกของไทยในปีนี้จะเติบโตได้ 5 - 7% โดยส่วนหนึ่งมาจากฐานการส่งออกที่ต่ำมากในปี 2556 อย่างไรก็ตามพบว่าการส่งออกในเดือน ม.ค. - ก.พ.ในภาพรวมมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% และมีปริมาณการส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นเพียง 2% ขณะที่หากไม่นับรวมการส่งออกสินค้ามูลค่าสูงประเภททองคำพบว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าของไทยลดลง 1.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อน ซึ่งจะเห็นได้ว่าการส่งออกยังไม่อยู่ในทิศทางที่ใกล้เคียงกับเป้าหมายการส่งออกที่ 5% และหากการส่งออกไม่ได้ตามเป้าหมายก็จะเป็นตัวฉุดให้จีดีพีในปีนี้ขยายตัวได้ไม่ถึง 3% เนื่องจากตัวขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจอื่นๆได้แก่ การใช้จ่ายภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชน และการบริโภคของประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาทางการเมืองไปที่ยืดเยื้อ ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการส่งออกเป็นพิเศษ

"ตอนนี้หน่วยงานต่างๆก็ทยอยปรับประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจ ส่วนสภาพัฒน์ได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 3 - 4% เมื่อดูแนวโน้มแล้วจะค่อนไปทาง 3% มากกว่า 4% เพราะดูสัญญาณในเดือน ม.ค. - ก.พ.แล้วยังไม่มีตัวชี้วัดใดปรับตัวดีขึ้น ซึ่งการขยายตัวของเศรษฐกิจในระดับ 3% ก็มีความจำเป็นเนื่องจากหากจีดีพีต่ำกว่านี้ก็อาจจะกระทบการจ้างงาน เพราะในปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจขยายตัวได้ 2.9% โดยอาศัยการบริโภคและลงทุนภายในประเทศเป็นหลัก หากสามารถเติบโตใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาจะสามารถประคับประคองการจ้างงานในประเทศต่อไปในระดับเดิมได้"นายปรเมธี กล่าว