วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธปท.ชี้บางธุรกิจเริ่มเปราะยอดขายวูบ

"แบงก์ชาติ" เผยธุรกิจในบางภาคอุตสาหกรรม เริ่มเปราะบางมากขึ้น โดยเฉพาะ “การผลิต-ค้าปลีก-ค้าส่ง” ผลจากเศรษฐกิจทรุด ยอดขายชะลอ

รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า จากข้อมูลเศรษฐกิจรายเดือน ณ สิ้นเดือนก.พ.ที่ผ่านมา พบว่า ธุรกิจไทยในช่วงไตรมาส 4 ปี 2556 เริ่มมีบางภาคที่ธุรกิจมีความเปราะบางเพิ่มขึ้น เช่น ภาคการผลิตและภาคค้าส่งค้าปลีก โดยเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้ยอดขายลดลง

ประกอบกับธุรกิจต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะภาคการค้าปลีก ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt to Equity Ratio หรือ D/E) ปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3 ที่ระดับ 0.9 เท่า เป็น 1 เท่าในไตรมาสที่ 4 ขณะที่อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเวียนลดลงจาก 1.5 เท่าในไตรมาสก่อนเป็น 1.3 เท่าในไตรมาสนี้

อย่างไรก็ตาม ถ้าดูจากผลประกอบการของภาคธุรกิจโดยรวมถือว่ายังทรงตัวจากไตรมาสก่อน แม้ว่ายอดขายจะปรับลดลงตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศ แต่โดยรวมภาคธุรกิจยังคงสามารถรักษาระดับกำไรสุทธิได้ดี สะท้อนจากอัตราส่วนกำไรสุทธิต่อรายได้ทั้งหมด (Net Profit Margin หรือ NPM) ที่ 5.9% ทรงตัวจากไตรมาสก่อน

ขณะที่เสถียรภาพโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดี ทั้งความสามารถในการชำระหนี้และสภาพคล่องของภาคธุรกิจ โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน ปรับลดลงจาก 0.8 เท่าในไตรมาสก่อนเป็น 0.7 เท่า และอัตราส่วนรายได้ต่อภาระดอกเบี้ยจ่าย (Interest Coverage Ratio หรือ ICR) ในไตรมาส 4 อยู่ที่ 4.2 เท่า ปรับเพิ่มขึ้นจากระดับ 4 เท่าในไตรมาสก่อน

นอกจากนี้ อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเวียน (Current Ratio หรือ CR) ในไตรมาส 4 ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 1.6 เท่า

“ในไตรมาส 4 ปี 2556 เสถียรภาพของภาคธุรกิจโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากอัตรากำไรสุทธิของภาคธุรกิจที่ยังทรงตัวจากไตรมาสก่อน ประกอบกับความสามารถในการชำระหนี้และสภาพคล่องของภาคธุรกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี อย่างไรก็ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจเริ่มส่งผลกระทบต่อยอดขายและผลประกอบการของบางภาคธุรกิจโดยเฉพาะภาคการผลิตและค้าส่งค้าปลีก”รายงานข่าวระบุ

สำหรับภาวะการจ้างงาน พบว่า อัตราการว่างงานในเดือนก.พ.เพิ่มขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับต่ำ โดยผู้ว่างงานมีจำนวน 3.3 แสนคน คิดเป็นอัตราการว่างงาน 0.9% สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน โดยผู้ว่างงานส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เคยทำงานในภาคเกษตรกรรมและภาคบริการ อย่างไรก็ตาม อัตราการว่างงานรอฤดูกาลและอัตราการทำงานต่ำกว่าระดับอยู่ที่ 0.6% ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อน

ส่วนอัตราค่าจ้างเฉลี่ยที่แท้จริงของลูกจ้างโดยรวมปรับลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า ตามการลดลงของค่าจ้างในภาคเกษตรกรรมเป็นสำคัญ สอดคล้องกับราคาพืชผลทางการเกษตรที่ปรับลดลงโดยเฉพาะข้าวและยางพารา

"ผู้มีงานทำในเดือนก.พ.มีจำนวน 37.7 ล้านคน ลดลง 1.2% จากระยะเดียวกันปีก่อนในทุกภาคที่สำคัญ โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมที่การจ้างงานหดตัว 1.2% เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าว และภาคก่อสร้างที่การจ้า'งานหดตัว 5.6% ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และผลของฐานสูงจากการเร่งก่อสร้างในช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน"

รายงานข่าวระบุว่า ในส่วนของเครื่องชี้ด้านวัดเสถียรภาพต่างประเทศ พบว่า เสถียรภาพต่างประเทศโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเดือนก.พ.นี้เครื่องชี้ด้านสภาพคล่องปรับดีขึ้นทุกรายการ โดยสัดส่วนเงินสำรองระหว่างประเทศต่อมูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้น เนื่องจากมูลค่าการนำเข้าหดตัว

สำหรับสัดส่วนเงินสำรองระหว่างประเทศต่อหนี้ระยะสั้นและสัดส่วนหนี้ระยะสั้นต่อหนี้ต่างประเทศรวมทั้งหมดปรับดีขึ้นตามการชำระคืนหนี้เงินกู้ระยะสั้นที่ครบกำหนดของภาคสถาบันที่รับฝากเงิน (ODCs)

ทั้งนี้ ฐานะเงินสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนก.พ.2557 อยู่ที่ 1.68 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 1.4 พันล้านดอลลาร์ โดยมียอดคงค้างการซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าสุทธิของ ธปท. (Net Forward Position) อยู่ที่ 2.32 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 1 พันล้านดอลลาร์