"วีรพงษ์"ระบุการเมืองฉุดเศรษฐกิจปีนี้ไม่ติดลบก็โตบวกเล็กน้อยซึ่งไม่ต่างกัน ย้ำต้องมีรัฐบาลใหม่บริหารงานเต็มที่
นายวีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่าสถานการณ์การเมืองของประเทศไทยในขณะนี้เป็นเรื่องที่คาดการณ์อะไรไม่ได้ไม่เหมือนกับเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับกลไกตลาด พลังของการซื้อการขายยังทำให้เราพยากรณ์ได้ ซึ่งเมื่อดูสถานการณ์ในปีนี้ก็คาดว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยจะขยายตัวประมาณ 0% หรืออาจจะติดลบก็ได้ แต่จากวันนี้ไปจนถึงสิ้นปีก็เหลือเวลาอีกถึง 3 ไตรมาสดังนั้นหากเศรษฐกิจไม่ถึงกับติดลบก็อาจจะบวกได้เล็กน้อยซึ่งตรงนี้ก็มองว่าไม่ได้แตกต่างกันมากนัก
"การเมืองก็คือการเมืองซึ่งก็เหมือนกับรถไฟ มาถึงสถานีก็จอดเมื่อจอดแล้วถึงเวลาก็ไปต่อ แล้วก็คาดการณ์อะไรก็ไม่ได้ ะเพราะการเมืองขึ้นอยู่กับความคิดของคนไม่เกินสิบคน เพราะฉะนั้นอย่าไปพยากรณ์ ก็คิดเสียว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องเกิดขึ้น เมื่อเกิดขึ้นก็อย่าไปตื่นเต้น เพราะอีกไม่เกิน 20 - 30 ปีก็ต้องเกิดขึ้นใหม่"นายวีรพงษ์กล่าว
เขากล่าวด้วยว่า ในการบริหารประเทศอย่างไรประเทศก็ต้องมีรัฐบาล จะไม่มีไม่ได้ ดังนั้นยังมีความจำเป็นต้องมีรัฐบาลรักษาการก็มีอยู่ แต่รัฐบาลรักษาการที่มีอำนาจไม่เต็มที่ก็สู้รัฐบาลที่มีอำนาจเต็มที่ในการบริหารไม่ได้ ส่วนในปีงบประมาณต่อไปหากการเบิกจ่ายงบประมาณไม่ได้ก็ใช้งบประมาณเก่าไปก่อน การลงทุนอะไรใหม่ก็ทำไม่ได้ ดังนั้นแม้สถานการณ์การเมืองในขณะนี้ก็จะมีผลต่อการฉุดความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจบ้าง แต่เมื่อสถานการณ์การเมืองดีขึ้นความเชื่อมั่นก็จะค่อยๆเพิ่มขึ้นเหมือนกับรถไฟที่วิ่งต่อไปได้ เช่นเดียวกับการจัดเก็บภาษีที่เป็นรายได้ของรัฐบาลแม้ในครึ่งปีนี้เท่านั้นที่การเก็บภาษีของภาครัฐจะพลาดเป้าแต่ก็มากกว่ารายจ่าย เชื่อว่าเมื่อสถาการณ์ดีขึ้นการจัดเก็บรายได้ก็จะดีขึ้นตามมา ทั้งนี้มองว่าประเทศไทยยังไม่มีความจำเป็นต้องปรับโครงสร้างภาษีหรือขึ้นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม(แวต) เพราะเงินภาษีที่เราเก็บได้ก็ยังสูงกว่ารายจ่ายของประเทศอยู่









