คาดกำไรปกติปี 57 เพิ่มขึ้น 18% และยังมี upside ได้อีก
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
-รายได้มีศักยภาพเติบโตต่อเนื่องตามการเติบโตของพื้นที่ให้เช่า : รายได้ในอนาคตมีศักยภาพในเติบโตต่อเนื่องจากแผนเปิดดำเนินการสาขาใหม่ปีละ 2-3 แห่งทำให้พื้นที่เช่าปัจจุบันของ 23 สาขาอยู่ที่ 1.1 ล้านตารางเมตรจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.6 ล้านตารางเมตรในปี 59 ปีนี้บริษัทมีแผนเปิดสาขาใหม่ 2 แห่งที่เกาะสมุย (29 มี.ค.57) และศาลายา (ส.ค.57) และในปี 58 จะเปิดสาขาระยองและสาขาเวสต์เกต-บางใหญ่ ในปี 59 จะเปิดสาขาโคราชและเปิดสาขาในต่างประเทศแห่งแรกที่มาเลเซียโดยเป็นการร่วมทุนกับเจ้าของที่ดินโดย CPN ถือหุ้น 60% นอกจากนี้บริษัทยังอยู่ในระหว่างศึกษาการเปิดสาขาที่ประเทศอื่นอีกเช่นเวียดนาม เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทยังมีนโยบายลดสัญญาเช่าพื้นที่ระยะยาวและเพิ่มสัญญาเช่าระยะสั้นซึ่งทำให้สามารถปรับขึ้นอัตราค่าเช่าให้ใกล้เคียงราคาตลาดได้ โดยในปี 56 มีอัตราค่าเช่าเฉลี่ย 1,553 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือนเพิ่มขึ้น 6% สูงกว่าเป้าที่ระดับ 5% และในปี 58 จะมีสัญญาเช่าระยะยาวหมดอายุ 12% เทียบกับ 3% ในปี 57 ทำให้อัตราค่าเช่าเฉลี่ยมีแนวโน้มสูงกว่าเป้าส่งผลให้รายได้ค่าเช่ามีแนวโน้มเติบโตดี
-ปรับประมาณการกำไรปกติปี 57 เพิ่มขึ้น 9% ซึ่งเห็นถึงการเติบโต 18% : แนวโน้มอัตราค่าเช่าเฉลี่ยที่ดีขึ้นทำให้ฝ่ายวิจัยปรับประมาณการรายได้ปี 57 เพิ่มขึ้น3.5% เป็น 2.4 หมื่นล้านบาท โดยยังคงสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมราว 47% ใกล้เคียงกับปี 56 แต่ได้ปรับเพิ่มสมมติฐานอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายรวมเป็น 17.5% จากเดิม 16% ให้สอดคล้องกับแนวโน้มค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในการเตรียมบุคคลากรสำหรับสาขามาเลเซีย ทำให้ประมาณการกำไรปกติใหม่เพิ่มขึ้น 9% เป็น 7.4 พันล้านบาทซึ่งเติบโต 18% จากปี 56 ซึ่งยังมี upside ได้อีกจากการขายเซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ตเข้ากองทุนรวม CPNRF มูลค่าไม่เกิน 1.26 หมื่นล้านบาทซึ่งน่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นภายใน 2Q57 (จองซื้อ CPNRF 1-4 เม.ย.)และมีการบันทึกรายการพิเศษที่เป็นกำไรจากการขายสินทรัพย์ดังกล่าว
-คงคำแนะนำ“ซื้อ” ราคาเหมาะสม 65 บาท: ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเชิงบวกต่อปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งจากการเป็นผู้นำธุรกิจร้านค้าปลีกให้เช่าที่มีแผนเปิดสาขาใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อไปสู่เป้าการเติบโตของรายได้อย่างน้อย 15% ต่อปี บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลหุ้น 0.55 บาท yield 1.25% กำหนด XD 6 พ.ค. วันจ่าย 21 พ.ค. ทั้งนี้ ราคาเหมาะสมซึ่งประเมินด้วยวิธี DCF ที่ WACC 9.7% อยู่ที่ 65 บาทยังสูงกว่าราคาปิดล่าสุด ทำให้ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ “ซื้อ”









