วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หอการค้าเสนอปฏิรูปด่วนก่อนเศรษฐกิจพัง

"ประธานสภาหอการค้า" เสนอปฏิรูปประเทศด่วนก่อนเศรษฐกิจพัง หวังให้มีรัฐบาลใหม่ภายในไตรมาส 3

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เอกชนคาดหวังให้จัดการเลือกตั้งและมีรัฐบาลใหม่ที่เป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ ทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ เพราะที่ผ่านมาไม่มีรัฐบาลทำให้การลงทุนหยุดชะงัก ซึ่งอาจจะส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจให้ชะลอตัวลง โดยหวังว่าไตรมาส 3 ปีนี้ควรจะมีรัฐบาลใหม่มาผลักดันเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้ ร้อยละ 2.5-3 แต่หากจัดตั้งรัฐบาลได้ช้ากว่านั้นเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ต่ำกว่าร้อยละ 2.5 แน่นอน

นายอิสระ กล่าวว่า ปีนี้การส่งออกและการท่องเที่ยวจะเป็นตัวหลักช่วยพยุงเศรษฐกิจให้พอมีแรงขยายตัว รวมทั้งการค้าชายแดนที่ยังพอสร้างรายได้เข้าประเทศ จึงอยากให้ความขัดแย้งภายในประเทศจบลงโดยเร็ว มีการเจรจาที่มองถึงอนาคตและประเทศชาติเป็นหลัก ควรที่จะมีนายกรัฐมนตรีคนกลางมาบริหารประเทศ ควบคู่ไปกับการปฏิรูปประเทศที่คาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 1 ปี

ประธานสภาหอการค้าฯ ยอมรับว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งภายในประเทศและการขาดรัฐบาลใหม่ในการออกนโยบายดึงดูดการลงทุน ทำให้ความน่าสนใจของประเทศไทยถูกลดลงไป และบริษัทต่างชาติที่เคยตั้งฐานการผลิตในไทยได้ย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่นอินโดนีเซีย ซึ่งรัฐบาลของอินโดนีเซียมีนโยบายในการดึงดูดและจูงใจให้เข้ามาลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่มีการทุ่มงบประมาณกว่า 14 ล้านล้านบาทมากกว่าไทยถึง 7 เท่า ขณะที่โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของไทยหยุดชะงักลง ขณะที่ไทยเองฝีมือแรงงานขาดการพัฒนาอีกทั้งรัฐบาลยังขาดความโปร่งใสในการบริหารประเทศ จึงทำให้ประเทศอื่นในอาเซียนที่เร่งพัฒนาตัวเองดึงดูดการลงทุนไปจากไทย

โดยล่าสุดได้รับรายงานว่ามีอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มรถยนต์ของญี่ปุ่น ย้ายฐานการผลิตไปอินโดนีเซีย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอินโดนีเซียมีประชากรจำนวนมาก ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่น่าไปลงทุน โดยการชุมนุมที่จะมีขึ้นในวันที่ 29 มีนาคมนี้ เชื่อว่าจะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น เช่นเดียวกับการเลือกตั้ง ส.ว.วันที่ 30 มีนาคมนี้ ที่สถานการณ์จะเป็นปกติและจะไม่เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายเหมือนการเลือกตั้ง ส.ส.ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ด้านนายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองเลขาธิการหอการค้าไทย ระบุว่า รัฐบาลควรหยุดปฏิบัติงานเปิดทางให้มีการเจรจาเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศภายใน 3 เดือน จากนั้นควรมีการเปิดสภาเพื่อนำสิ่งที่เจรจากันไว้มาแก้ไขผลักดันให้เป็นกฎหมายออกมาบังคับใช้ เพราะขณะนี้ยังมองไม่เห็นทางออกว่าวิกฤติความขัดแย้งทางการเมืองจะคลี่คลายลงได้ภายในปีนี้ ซึ่งส่วนตัวมองว่าอาจจะมีรัฐบาลใหม่ในช่วงต้นปีหน้า จากนั้นเศรษฐกิจการค้าการลงทุนจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2558 โดยปัจจุบันต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยนั้นแทบไม่มีอนาคต เพราะรัฐบาลรักษาการไม่มีการลงทุนใหม่ ภาคเอกชนไม่กล้าลงทุน และการที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ยังไม่สามารถปฏิบัติงานได้ ทำให้เม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศที่เคยเข้ามาในไทยเฉลี่ยปีละประมาณ 500,000 ล้านบาทขณะนี้หายไป

ส่วนการส่งออก ซึ่งก่อนหน้านี้คาดว่าจะเป็นตัวหลักในการประคองเศรษฐกิจก็อาจไม่ดีอย่างที่คิด เพราะเศรษฐกิจในประเทศคู่ค้าหลักยังมีปัญหา ประกอบกับยังมีความเสี่ยงจากการเผชิญหน้าระหว่างรัสเซีย สหรัฐ และสหภาพยุโรป แม้ว่าค่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงแต่ผู้ประกอบการยังมีปัญหาต้นทุนสูง ดังนั้น จึงเชื่อว่าการส่งออกไทยในปี 25557 จะขยายตัวได้ไม่ถึงร้อยละ 5