วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สศค. ชี้ชัดการเมืองฉุด'เชื่อมั่นทุกด้าน

สศค.ปรับประมาณเศรษฐกิจใหม่ ชี้ชัดการเมืองฉุด'เชื่อมั่นทุกด้าน

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ปรับประมาณการเศรษฐกิจในปีนี้ ระบุเป็นผลมาจากสถานการณ์การเมืองที่ยืดเยื้อมานานตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ได้ส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจอื่น มีรายละเอียดดังนี้

ด้านการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจไทยในปี 2557 คาดว่าจะสามารถขยายตัวได้ 2.6% (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 2.1-3.1%) ซึ่งเป็นการปรับลดลงจากการคาดการณ์ครั้งก่อนที่คาดว่าจะขยายตัว 4.0% เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศคาดว่าจะชะลอลงในช่วงครึ่งแรกของปี ตามสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศอันยืดเยื้อมาจากช่วงปลายปี 2556 ที่ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค นักลงทุน และนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยการบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวที่ 2.3% (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 1.8 - 2.8%)

ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากจากการเร่งการใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทนโดยเฉพาะยานยนต์ไปค่อนข้างมากในช่วงก่อนหน้า ทำให้ฐานการคำนวณในช่วงครึ่งแรกของปี 2556 อยู่ในเกณฑ์ ที่สูงกว่าแนวโน้มปกติ ประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศยังได้บั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อเศรษฐกิจ และส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ปัจจัยสนับสนุนจากรายได้ครัวเรือนนอกภาคเกษตรและสถานการณ์การจ้างงานยังอยู่ในเกณฑ์ดี คาดว่าจะยังสามารถเอื้อต่อการบริโภคภาคเอกชนให้ขยายตัวได้

ในขณะที่การลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะขยายตัว 1.9% (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 0.9 - 2.9%) ตามความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่ปรับลดลง เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อ

นอกจากนี้ การขาดความชัดเจนในการดำเนินโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐจะส่งผลให้การลงทุนภาคเอกชนที่เกี่ยวเนื่องชะลอตัวลงตาม สำหรับ การใช้จ่ายภาครัฐมีแนวโน้มลดลงจากที่เคยคาดไว้ โดยคาดว่าการบริโภคภาครัฐจะขยายตัว 1.9% (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 0.9-2.9%) และการลงทุนภาครัฐจะหดตัว -3.1% (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ -4.1 ถึง -2.1%) อันเป็นผลมาจากการใช้จ่ายภายใต้แผนการลงทุนภาครัฐยังมีแนวโน้มล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้เดิม โดยเฉพาะแผนการลงทุนภายใต้พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ที่ศาลรัฐธรรมนูญลงมติว่าขัดรัฐธรรมนูญ และโครงการลงทุนบริหารจัดการน้ำวงเงิน 3.5 แสนล้านบาท ที่ต้องมีการทำประชาพิจารณ์ตามคำสั่งศาลปกครอง และการยืดเยื้อของสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองยังจะส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายลงทุนภาครัฐ อันเนื่องมาจากความล่าช้าของกระบวนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม สำหรับอุปสงค์ภายนอกประเทศนั้น การส่งออกคาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวจากปีก่อนหน้า มาขยายตัวที่ 4.4% (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 3.4 - 5.4%) ตามเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรปที่เริ่มฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ขณะที่การส่งออกบริการแม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมืองในช่วงครึ่งปีแรก แต่คาดว่าจะขยายตัวดีขึ้น ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ สำหรับปริมาณการนำเข้าสินค้าและบริการคาดว่าจะขยายตัว 3.8% (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 2.8-4.8%) สอดคล้องกับแนวโน้มการชะลอตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ ทั้งการบริโภคและการลงทุน

ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ

เสถียรภาพเศรษฐกิจภายในประเทศ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2557 จะปรับสูงขึ้นจากปีก่อนหน้าเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.5% (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 2.0-3.0%) ตามแนวโน้มการทยอยปรับเพิ่มขึ้นของราคาก๊าซหุงต้มที่อาจส่งผ่านไปสู่ราคาสินค้าประเภทอื่น โดยเฉพาะราคาอาหารสำเร็จรูป

นอกจากนี้ แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยน ที่อ่อนค่าลงและแนวโน้มค่าไฟฟ้าผันแปร (FT) ที่เพิ่มขึ้น อาจผลักดันให้ ต้นทุนการผลิตสินค้าและบริการการต่างๆ เพิ่มขึ้น และส่งผ่านแรงกดดันไปสู่เงินเฟ้อในปี 2557 ในส่วนของอัตราการว่างงาน คาดว่าจะยังอยู่ในระดับต่ำที่ 0.7% ของกำลังแรงงานรวม (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 0.6-0.8% ของกำลังแรงงานรวม)

สำหรับ เสถียรภาพเศรษฐกิจภายนอกประเทศ คาดว่าดุลการค้าจะเกินดุลเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว เนื่องจากมูลค่าการส่งออกสินค้าจะกลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ 5.0% (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 3.0 -7.0%)

ในขณะที่มูลค่าการนำเข้าสินค้า คาดว่าจะขยายตัว 3.7% (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 1.7-5.7%) ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลประมาณ 4.7 พันล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 1.1% ของจีดีพี (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 0.8 -1.7% ของจีดีพี)