ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีของสหรัฐ "ไมโครซอฟท์" จะหยุดพัฒนาระบบความปลอดภัยบนคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ "วินโดวส์ เอ็กซ์พี" เม.ย.นี้
บริษัทไมโครซอฟท์เปิดเผยว่าจะยุติการพัฒนาและสนับสนุนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ เอ็กซ์พี อย่างเป็นทางการในวันที่ 8 เม.ย.นี้ และหากไม่มีการอัพเดทความปลอดภัยจากไมโครซอฟท์
คอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบนี้จะเสี่ยงต่อไวรัส สปายแวร์ และมัลแวร์ต่าง ๆ ที่เข้ามาขโมยข้อมูล หรือทำลายข้อมูลต่าง ๆ ในลักษณะที่ป้องกันตัวเองไม่ได้ แม้แต่โปรแกรมแอนตี้ไวรัสก็ไม่สามารถปกป้องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบนี้ได้
ทั้งนี้ โฆษกของไมโครซอฟท์ระบุว่า ลูกค้าควรอัพเกรดเครื่องเป็นวินโดวส์ 7 หรือวินโดวส์ 8.1 โดยจะเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 4,000 บาท แต่บริษัทจะยังคงอัพเดทผลิตภัณฑ์แอนตี้มัลแวร์สำหรับวินโดว์เอ็กซ์พี ไปจนถึงวันที่ 15 ก.ค. 2558 เพื่อให้เวลากับคนที่ยังไม่ได้เปลี่ยนมาใช้ระบบใหม่
ด้านนักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า การที่ไมโครซอฟท์พยายามบังคับให้ผู้ใช้อัพเกรดระบบปฏิบัติการไปใช้วินโดวส์ 8 อาจไม่ได้ทำให้ยอดขายวินโดวส์ 8 เพิ่มขึ้น เนื่องจากทุกวันนี้ ประชาชนใช้คอมพิวเตอร์น้อยลง เพียงไม่กี่เดือนหลังจากที่มีการเปิดตัววินโดวส์ 8 ออกมา ยอดขายคอมพิวเตอร์ลดลงถึง 14% อีกทั้งหลายคนอาจจะตัดปัญหาเรื่องการอัพเกรดระบบไปใช้แมคบุ๊ค ของแอ๊ปเปิ้ล ซึ่งเป็นบริษัทไอทีคู่แข่งแทน
นางนาเดีย บาร์ทอล ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้ความเห็นว่า ประชาชนควรระมัดระวังความปลอดภัยเมื่อใช้คอมพิวเตอร์และระบบต่าง ๆ ควรทยอยอัพเกรดขึ้นเรื่อย ๆ แต่ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกจนเกินไป เพราะโครงข่ายคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ โดยเฉพาะตู้เอทีเอ็มมีระบบการป้องกันภัยหลายชั้น









