แบงก์กรุงศรีเล็งเจาะฐานลูกค้าบีทีเอ็มยูขยายฐานเงินฝากลดต้นทุนการเงินต่ำกว่าระบบที่2% พร้อมหนุนสัดส่วนสินเชื่อรายใหญ่ขึ้นเป็น 40%
นายกฤษณ์ จันทโนทก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) เข้ามาถือหุ้นใหญ่ในธนาคาร ธนาคารจะเข้าไปเจาะฐานลูกค้าของเอ็มยูเอฟเจในประเทสไทย ซึ่งจะช่วยให้ต้นทุนของธนาคารลดลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม โดยตั้งเป้าหมายว่าภายในระยะเวลา 2 ปีต้นทุนเงินฝากของธนาคารก่อนเงินสมทบกองทุนคุ้มครองเงินฝากจะอยู่ที่ 1.99-2 % จากปัจจุบันอยู่ที่มากกว่า 2% โดยเฉพาะพนักงานของธุรกิจญี่ปุ่นตามนิคมอุตสาหกรรมเป็นฐานลูกค้าที่ธนาคารจะเข้าไปเจาะบัญชีเงินเดือน(pay roll) ทั้งนี้ที่ผ่านมาลูกค้าเพย์โรลในแต่ละปีจะเพิ่มขึ้นปีละ 30,000-35,000 แห่งต่อปี แต่หลังจากนี้คาดว่าฐานลูกค้าจะเพิ่มขึ้น 36,000-37,000 แห่งต่อปี
นอกจากนี้การควบรวมกิจการ จะทำให้พอร์ตสินเชื่อของธนาคารมีส่วนผสมที่ดีขึ้น โดยในสิ้นปีนี้ธนาคารจะมีพอร์ตสินเชื่อเพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้านล้านบาท และทำให้สัดส่วนสินเชื่อรายย่อยลดลงมาอยู่ที่ 38 % จาก50% ที่เหลือจะมาจากสินเชื่อรายใหญ่ 40 % และสินเชื่อเอสเอ็มอี 22 % ส่วนธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง(wealth management)จะได้ประโยชน์แง่การออกไปลงทุนต่างประเทศผ่ายเครือข่ายของเอ็มยูเอฟเจและมอร์แกนสแตนเลย์อีกด้วย โดยในปีนี้ธนาคารมีเป้าหมายเพิ่มฐานลูกค้าเวลท์จาก2 หมื่นรายเป็น 3.3 หมื่นรายและเพิ่มสินทรัพย์ภายใต้การบริหารหรือเอยูเอ็มจาก 3.2 แสนล้านบาทเป็น 3.5 แสนล้านบาท









