วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Auto Sector - Underweight

มอเตอร์โชว์... ช่วยกระตุ้นระยะสั้น แต่ภาพรวมยังเสี่ยง

ประเด็นข่าว

- นายปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานจัดงาน มอเตอร์โชว์ ระหว่างวันที่ 26 มี.ค.-6 เม.ย. 57 เปิดเผยว่า มั่นใจว่าสถานการณ์การเมืองขณะนี้จะไม่กระทบกับการจัดงาน โดยประเมินว่ายอดจองภายในงานไม่น้อยกว่า 40,000 คัน และอาจทะลุถึง 50,000 คัน จากเมื่อปีที่แล้วมียอดจอง 38,000 คัน รวมถึงจำนวนผู้เข้าชมปีนี้คาดว่าจะมีถึง 1.7 ล้านคน จากเมื่อปีที่แล้ว 1.5 ล้านคน และกลุ่มที่จะมียอดขายสูงอยู่ในกลุ่มรถขนาดเล็ก และกลาง เพราะมีรุ่นใหม่เปิดตัวเป็นจำนวนมาก

ผลกระทบและความเห็น

- เป้าหมายยอดจอง 4-5 หมื่นคัน “เหนื่อย” แม้ว่ายอดขายรถยนต์ในประเทศที่ยังคงอ่อนแอต่อเนื่องในช่วงต้นปี 2557 (เดือน ม.ค.-ก.พ. ยอดขายลดลง 45% YoY) ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากการชะลอซื้อเพื่อรองานมอเตอร์โชว์ที่จะมีโปรโมชั่นที่ดึงดูด แต่ปัจจัยหลักน่าจะมาจากกำลังซื้อที่หดตัวลงจากผลกระทบของการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ความวุ่นวายทางการเมือง และการอนุมัติสินเชื่อที่มีความเข้มงวดมากขึ้นมากกว่า ดังนั้น เรามองว่าไม่ง่ายที่ยอดจองรถในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้จะสูงกว่างาน “มอเตอร์เอ็กซ์โปร” ที่เพิ่งผ่านมาเมื่อปลายปีที่แล้ว (พ.ย.-ธ.ค.) ซึ่งมียอดจองรถอยู่ที่เพียงราว 4 หมื่นคัน

- ช่วยกระตุ้นระยะสั้น แต่ภาพรวมยังเสี่ยง เราเชื่อว่างานมอเตอร์โชว์จะช่วยกระตุ้นยอดขายรถยนต์ในประเทศซึ่งส่งผลดีทำให้ยอดผลิตรถยนต์เดือน มี.ค. มีแนวโน้มฟื้นตัวจากเดือนก่อนหน้าต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ยังคงมีความเสี่ยงทั้งในประเทศ (การเมืองยังไม่คลี่คลาย) และต่างประเทศ (การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังเปราะบาง) เราจึงยังคงเป้ายอดผลิตรถยนต์ปี 2557 ที่ 2.28 ล้านคัน ลดลง 7% YoY กอปรกับเดือน เม.ย. เป็นช่วงที่มีวันหยุดยาว (สงกรานต์) ทำให้คาดว่ายอดผลิตรถยนต์จะกลับมาหดตัวจากเดือนก่อนหน้าอีกครั้ง

คำแนะนำและเหตุผล

- ยังคงน้ำหนักการลงทุน “Underweight” เรามองการจัดงาน “มอเตอร์โชว์” เป็นเพียงปัจจัยบวกระยะสั้นต่อการลงทุนหุ้นในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ ขณะที่ภาพรวมยังคงมีความเสี่ยง และเรายังไม่เห็นสัญญาณบ่งชี้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์จะกลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง (ล่าสุด ส.อ.ท. มีแนวโน้มลดเป้ายอดผลิตรถยนต์ปี 2557 ลงเหลือ 2.3 ล้านคัน จากเดิม 2.4 ล้านคัน) อีกทั้ง อีก 1-2 เดือนที่จะมีการประกาศผลประกอบการงวด 1Q57 เราคาดว่าผลประกอบการของบริษัทในกลุ่มฯ จะหดตัวสูงถึง 40-50% YoY เป็นปัจจัยลบกดดันระดับราคาหุ้นในกลุ่ม AUTO อีกครั้ง