ถือเงินสดเพิ่มเป็น 60% ของพอร์ต โดยมีจุดพิจารณาซื้อเล่นรอบใหญ่ ที่แนวรับหลัก 1322/1293 จุด
Market Outlook
คาดดัชนีฯ ปลับลง หลังการเมืองในประเทศยังกดดันภาวะเศรษฐกิจ ล่าสุดมูดีส์ขู่ลดอันดับความน่าเชื่อถือไทยปัจจัยภายนอกยังจับตาความตึงเครียดยูเครนและภาวะเศรษฐกิจจีน แนะทยอยขาย ถือเงินสดเพิ่ม
คาดดัชนีฯ วันนี้ปรับลดลง แนวรับที่ 1345/1338 จุด เราคงคำ แนะนำ ทยอยขายทำ กำไร (ถือเงินสดเพิ่มขึ้นเป็น 60%ของพอร์ต) และชะลอการเก็งกำไรหากหลุดแนวรับ 1345 จุด จากการเมืองในประเทศที่ส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจมากขึ้น และความเสี่ยงไทยถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือ และระดับดัชนีฯ ปัจจุบันเริ่มมี Upside จำกัด (ดัชนีฯเป้าหมายปีนี้คาดลดลงมาที่ 1401 จุดจากเดิม 1460 จุด อิง GDP ไทยปีนี้มี.ค.วามเสี่ยงปรับลดลงมาที่ 2.7% จากเดิม 3.4%) ขณะที่ปัจจัยภายนอกกลับมากดดัน หลังตัวเลขภาคการผลิตจีน สหรัฐฯ ชะลอตัว ความตึงเครียดยูเครนยังเป็นปัจจัยเสี่ยง หลังกลุ่มจี 7 เตรียมแซงชั่นรัสเซียเพิ่มเติม
ปัจจัยต่างประเทศ วานนี้จีนและสหรัฐฯ ประกาศตัวเลข PMI ภาคการผลิตน้อยกว่าคาด กดดันตลาดหุ้นโดยเฉพาะภาคการผลิตจีนที่หดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 และยอดคำสั่งซื้อใหม่หดตัวต่ำสุดในรอบ 8 เดือนบ่งชี้แนวโน้มหดตัวต่อเนื่องของการผลิตในระยะต่อไป แม้ว่าวานนี้ตลาดหุ้นเอเชียได้แรงหนุนจากความคาดหวังจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่คาดไม่ส่งผลบวกต่อหุ้นไทยมากนัก ขณะที่ความตึงเครียดยูเครนยังเป็นปัจจัยเสี่ยงหลังชาติจี 7 อาจมีมาตรการแซงชั่นเพิ่มและอาจรุนแรงถึงขั้นขับรัสเซียออกจากกลุ่มจี 8 หากคิดเข้าครอบครองพื้นที่อื่นของยูเครน
ปัจจัยในประเทศ กลับมากดดันภาคเศรษฐกิจมากขึ้นหลังวันก่อนธปท. ลดเป้าจีดีพีปีนี้เหลือ 2.7% ด้านมูดีส์ออกมาเตือนอันดับความน่าเชื่อถือของไทย มี.ค.วามเสี่ยงเพิ่มจากวิกฤติทางการเมืองที่จะลุกลามเข้าสู่ครึ่งปีหลัง ประกอบกับความเสี่ยงของการลุกลามและรุนแรงของการชุมนุมเพิ่มขึ้นด้วย ขณะที่เรื่องการเจรจายังต้องติดตามหลังนปช. ออกมาเปิดโผรายชื่อนายกฯ คนกลาง (แม้มีโอกาสเพิ่มขึ้นแต่คาดโอกาสเกิดยังต่ำ)









